ราก่อภูมิแพ้ และราสร้างสารพิษ (Allergenic and toxigenic fungi)

June 13, 2018 | Author: Anonymous | Category: N/A
Share Embed


Short Description

Download ราก่อภูมิแพ้ และราสร้างสารพิษ (Allergenic and toxigenic fungi)...

Description

ราก่อภูมแิ พ้ และราสร ้างสารพิษ (Allergenic and toxigenic fungi) ผศ. มาลี เมฆาประทีป ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ราในธรรมชาติก ับสุขภาวะ ราในธรรมชาติแ วดล อ้ มช่ว ยท าประโยชน์อ ย่ า ง มากต่ อโลกดว้ ยการช่วยย่อ ยสลายอิน ทรีย ์สารให เ้ น่ า เปื่ อย เราจึง พบราอยู่ ป นเปื ้ อนทั่วไปได เ้ สมอ ไม่ ว่ าจะ เป็ นภายนอกหรือในอาคาร บนกองใบไม ้ ในกระถางไม ้ ้ ่ น้า บนโต๊ะเก ้าอีในห อ้ ง ในเครืองปร บั อากาศหรือตูเ้ ย็ น ่ บนธัญ พื ช และอาหารทีเรากิน รวมทั้งราล่ อ งลอยใน ่ ้ อากาศทีเราหายใจด ว้ ย จะพบรามากหรือ น้อยขึนอยู ่ กับมีปัจจัยมาส่งเสริม นอกจากนั้ น สภาพทั่วไปในบ า้ นพัก อาศัย หรือ ที่ ่ ้ อการเจริญ ของรา ทางานมีปัจจัยทีเหมาะสมและเอื อต่ อยู่มาก ไดแก่ อิน ทรีย ์วัสดุต่างๆ ของเฟอร ์นิ เจอร ์ ผ้า ่ นอาหารของรา และทีส ่ าคัญ คือการ ไม ้ สีทาห ้อง ซึงเป็ ้ งและอุณหภูมพ มีความชืนสู ิ อเหมาะ อันเนื่องจากอาจมี ่ ั มหรือท่วมขัง จะช่วยใหส้ ปอร ์ของรางอก ขณะ น้ารวซึ เจริญเติบโตจะมีการสร ้างส่วนประกอบต่างๆ และเมทา บอไลท ์ (metabolite) ออกม า นอก จาก จะท าให ้ สูญเสียทางเศรษฐกิจ เช่น ทาลายผนังและโครงสร ้าง ่ ่ อาคาร อุ ป กรณ์เครืองใช ้ ยังมี ค วามเกียวพั น กับ สุ ข

FUNGI Indoor Outdoor

่ ้นดว้ ย ไม่ว่าจะเป็ นที่ ภาวะของผู อ้ าศัยและทางานในทีนั โรงพยาบาล โรงเรียน บริษ ัท ห า้ งร ้าน หรือ บ า้ นเรือ น ของคนทั่วไป ในแต่ละวันคนเราจึงมีโอกาสพบเจอกับ ราไดต้ ลอดเวลา ไม่ ว่าจะเป็ นการเปิ ดรับ (Exposure) โดยทางการหายใจเอาสปอร ์เขา้ ไป มีการสัมผัสกับรา ่ นรา ้ ้ บนโต๊ะเก ้าอี ้ หรือกินอาหารทีขึ ราเหล่านี ตามปกติ ่ ่ ทาใหเ้ กิดผลกระทบน้อ ยมากกับ คนทัวไปทีมีรา่ งกาย แข็ ง แรง เนื่ องจากราส่ ว นใหญ่ ม ัก เจริญได ด ้ ีบ นซาก ่ ใ ช่อุ ณ หภู มิ อิ น ทรีย ส์ ารที่ อุ ณ หภู มิ 25-30oC ซึงไม่ ปกติของร่างกายคน แลว้ ยังตอ้ งการออกชิเจนในการ ่ อยู่ในเนื อเยื ้ อของคนด ่ เจริญมากกว่าทีมี ้วย อย่างไรก็ดี ่ ในรู ป ที 1 แสดงถึ ง ราอาจเป็ นสาเหตุ ท าให ค ้ นเรา ้ า้ สู่ เจ็บป่ วยไดเ้ ช่นกันในสามลักษณะ คือ ราติด เชือเข อวัยวะต่างๆ (Infection) โดยมากเกิดแบบฉวยโอกาส ่ รา่ งกายอ่อนแอภูมิคุม้ กันต่าและผูท ่ กับคนทีมี ้ มี ี่ โรคอืน ่ ้ อยู่ก่อน กับคนทัวไปเกิดการติดเชือไดน้ อ้ ยมาก ราและ ่ ส่วนประกอบของราทีตายแล ้วยังอาจทาใหค้ นบางกลุ่ม มีอาการภูมิแพ ้ (Allergic effect) นอกจากนั้นในบาง ้ สภาวะราอาจสร ้างสารพิษปนเปื ้ อนอยู่ในอาหารขึนรา ่ ทีคนกินทาให ้เกิดอาการพิษได ้ (Toxic effect)

EXPOSURE ROUTE

MEDICAL EFFECTS

Inhalation Skin contact Ingestion

Host condition

Allergic effects

รู ปที่ 1

Infections

Toxic effects

การเปิ ดรับราและผลกระทบต่อสุขภาพคน

ราก่อภู มแ ิ พ้ (Allergenic fungi) ภาวะภู มิ ไ วเกิ น ที่ มี ค วามสัม พัน ธ ก ์ บ ั ราสาย (Hypersensitivity associated with mold) แต่ เ ดิม บ า้ นเรือ นทั่วไปในเขตร ้อนมัก มี ห น้า ต่ า ง ้ และถ่ า ยเท มากช่ว ยระบายความร อ้ น ไล่ ค วามชืน อากาศได ด ้ ี อย่างไรก็ ดีวิถีช วี ิต คนในเมือ งไทยปั จจุบ น ั ่ เวลาการใช ช เริมมี ้ ีวิต อยู่ ใ นห อ้ งหรือ อาคารปิ ดปร บ ั

้ มี ก ารระบายอากาศไม่ ดีพ อ อาจ อากาศกัน มากขึน เป็ นสาเหตุให ม้ ีก ารสะสมของจุลชีพโดยเฉพาะรา ฝุ่ น สารเคมีแ ละสารระเหยต่ า งๆ จุล ชีพ และสารดังกล่ า ว ่ นสารที่ หลายชนิ ดเป็ นสารก่อภูมิแพ ้ (allergen) ซึงเป็ มีคุณสมบัตก ิ ระตุน้ ใหเ้ กิดการตอบสนองทางภูมิคุม้ กัน ่ แต่ เป็ นการตอบสนองทีมากเกิ นไปหรือเกิดในภาวะไม่ เหมาะสม การตอบสนองเช่นนั้นเรียกว่าภาวะภูมิไวเกิน (Hypersensitivity) อันเป็ นอันตรายต่อร่างกายทาให ้ ้ อ่ สารก่อภูมแิ พ ้จาก เกิดการอักเสบและทาลายเนื อเยื

311352

่ ชวี ิตที่พบภายนอกอาคาร ได แ้ ก่ ละอองเกสรพืช สิงมี และสปอร ์ของรา ส่ ว นที่พบบ่ อ ยในบ า้ นหรือ อาคาร ไดแ้ ก่ ไรฝุ่ นบา้ น ร งั แคหรือโปรตีนจากสัตว ์ และสปอร ์ ของรา

ตายแล ว้ จากรายงานที่ ผ่ า นมาภ าวะภู มิ ไ วเกิ น ที่ มี ความสัม พัน ธ ก์ บ ั ราเป็ นภาวะภู มิ ไ วเกิน ชนิ ดที่หนึ่ ง ( Type I ห รื อ IgE-mediated hypersensitivity) ช นิ ด ที่ ส า ม (Type III ห รื อ immune complexmediated hypersensitivity) และชนิ ดที่ สี่ (Type IV ห รื อ delayed-type ห รื อ cell-mediated hypersensitivity) ส่ ว นชนิ ดที่ สอง (Type II หรือ ่ cytotoxic hypersensitivity) ไม่ พบความเกียวข อ้ ง ่ กับโรคทีเกิดจากรา โดยส่วนใหญ่โรคมักเกิดจากภาวะ ่ ่ งและเกิดกับผู ท ่ ภูมิไวเกินชนิ ดทีหนึ ้ มี ี่ แนวโน้มทีจะเกิ ด ภูมิแพ ้ (Atopic individual) อย่างไรก็ตามหลายโรค ่ อาจเกิดจากภาวะภูมิไวเกินหลายชนิ ดร่วมกัน ราทีมี ่ ส่ ว นประกอบหรือ เม ทาบอไลต ท ์ ี เป็ นสารก่ อ ภู มิ แ พ ้ (fungal allergen) ส า ม า รถ ท า ให ้ เ กิ ด ภู มิ แ พ ้ ไ ด ้ เรีย กว่ า allergenic fungi ตัว อย่ า งโรคที่เกิด จาก ภาวะภู มิ ไ วเกิน และราที่ เกี่ยวข อ้ งสรุ ป ในตารางที่ 2 นอกจากเกิดภาวะภูมิไวเกินในคนบางกลุ่มแลว้ ในคน ทั่ วไป ร าอ าจ เป็ น ส าเห ตุ ข อ งอ าก า รร ะค าย เคื อ ง ่ ดรบั รา เช่น ผิวหนัง (Irritation) ตามอวัยวะต่างๆ ทีเปิ ตา จมูก คอ ทางเดินหายใจ และปอด

มีรายงานการส ารวจเกสรพืชและสปอร ์ของราใน อากาศของจังหวัดเชียงใหม่ 4 โดยสารวจอากาศนอก อาคาร พบว่ า ที่พบบ่ อ ยเป็ นเกสรสนภู เขาและเกสร ห ญ้ า แ ล ะพ บ ส ป อ ร ห ์ ล า ย ช นิ ด เช่ น smut, Cladosporium, Ascospore, Drechslera เป็ นต น ้ นอกไปจากนั้ นการส ารวจบริเวณต่ า งๆ กันในเขตคู เมื อ งเชีย งใหม่ ราที่พบบ่ อ ย ได แ้ ก่ Cladosporium, Aspergillus, Penicillium, Fusarium, Curvularia และราชนิ ด ซ ยั โกมัย ซีต สั 19 แม ว้ ่ า ราจะ ไม่ ใ ช่ ส าเหตุ ห ลัก ที่ ท าให เ้ กิ ด ภู มิ แ พ ้ แต่ มี ร ายงาน ่ ความความสัมพันธ ์กับการเกิดภูมิแพ ้ ทบทวนว่าราทีมี มีม ากกว่ า 80 ตระกู ล 20 ตระกู ล ที่พบบ่ อ ยส่ ว นใหญ่ เป็ นพวกราสาย (ตารางที่ 1) ่ ความสัมพันธ ์กับรา ซึงส่ ่ วนใหญ่ ภาวะภูมิไวเกินทีมี ้ เป็ นราสายนัน อาจเกิดจากการหายใจ สัมผัส หรือกิน ่ าลังเจริญเติบโต ไม่ว่าจะเป็ นสปอร ์ ตัวเชือ้ เอาตัวราทีก ่ หรือสารทีมันสร ้างออกมา หรือส่วนประกอบของราที่ ตารางที่ 1

่ ตระกูลของราทีพบบ่ อยว่ามีความสัมพันธ ์กับภูมแิ พ ้ 20

Alternaria Aspergillus Aureobasidium Botrytis Cepharosporium Cladosporium Curvularia Drechslera

ตารางที่ 2

Fusarium Gliocladium Helmintosporium Paecilomyces Penicillium Phoma Scopulariopsis Strachybotrys

Trichoderma Trichophyton Trichothecium Ulocladium Saccharomyces Candida Epicoccum Stemphylium

่ ดจากภาวะภูมไิ วเกินทีมี ่ ความสัมพันธ ์กับราและแบคทีเรียชันสู ้ ง ทางรบั เชือ้ ตัวอย่างโรคทีเกิ ่ ดอาการ และระบบทีเกิ

โรค ้ ัง / เยือจมู ่ หวัดเรือร กอักเสบเหตุภม ู แิ พ ้ (Allergic rhinitis) หืด (Bronchial asthma) ปอดอักเสบจากภูมไิ วเกิน (Hypersensitivity pneumonitis) โพรงอากาศ/ไซนัสอักเสบเหตุภม ู แิ พ ้ (Allergic sinusitis)

ทางร ับเชือ้ หายใจ

่ ดอาการ ระบบทีเกิ ทางเดินหายใจ

้ เกี ่ ยวข้ ่ ตัวอย่างเชือที อง ่ ตารางที 2

หายใจ หายใจ

ทางเดินหายใจ ปอด ทางเดินหายใจ ปอด

ตารางที่ 2 ตารางที่ 4

เป็ นโรคภู มิ แ พ เ้ ชือ้ ราบางชนิ ดอยูเ่ ดิม

ทางเดินหายใจ โพรง อากาศหรือไซนัส

Aspergillus fumigatus, Alternaria, Curvularia, Bipolaris

แพ ้อาหาร (Food allergy) ลมพิษ (Urticaria) Dermatophytid, Candidid ผิวหนังอักเสบเหตุภม ู แิ พ ้ 16 (Atopic dermatitis) ่ เยือตาอั กเสบมีตม ุ่ ใสเล็ก6 (Phlyctenular conjunctivitis)

กิน กิน สัมผัส ้ เป็ นโรคติดเชือรา บางชนิ ดอยูเ่ ดิม ร า ที่ ป ก ติ อ ยู่ บ น ผิวหนัง ้ เป็ นโรคติดเชือรา บางชนิ ดอยูเ่ ดิม

ทางเดินอาหาร ทางเดินอาหาร ผิวหนัง ผิวหนัง

ราหลายชนิ ด ราหลายชนิ ด Dermatophytes Candida sp. Malassezia sp., Candida sp.

2

ผิวหนัง ตา

Histoplasma capsulatum, Blastomyces dermatitidis, Coccidioides immitis

311352

้ ัง (Allergic Rhinitis), โรคหวัดเรือร โรคหืด (Bronchial asthma), โรคไซนัสอก ั เสบเหตุภูมแ ิ พ้ (Allergic sinusitis)

สัตว ์ปี ก นุ่ น ขนแมว เกสรหญา้ แพรกและหญา้ พง ขน สุนั ข ผ้า ฝ้ าย มีร ้อยละ 6 แพ ร้ า Penicillium และแพ ้ รา Alternaria และ Aspergillus พอๆ กันร ้อยละ 2 อย่ า งไรก็ ต ามมี รายงานทบทวน 20, 21, 27 ถึงราที่มี ความสัม พัน ธ ก์ ับ ภู มิ แ พ ห ้ ลายตระกู ล (ตารางที่ 2) ตระกู ล ที่พบได บ ้ ่ อ ย และมี ก ารศึก ษาในผู ป ้ ่ วย ได แ้ ก่ Alternalia, Cladosporium, Aspergillus แ ล ะ ่ Penicillium ทีพบบ่ อ ยในอากาศนอกอาคารเป็ นเชือ้ Alternaria แ ล ะ Cladosporium ส่ ว น เ ชื ้ อ Aspergillus และ Penicillium พ บ บ่ อยใน อ ากาศ ภายในอาคารบ า้ นเรือ น อย่ า งไรก็ ต ามราจากนอก อาคารก็สามารถถ่ายเทเข ้าออกอาคารได ้

ดังไดก้ ล่าวแลว้ ว่า รามีความสัมพันธ ์กับโรคภูมิแพ ้ ในคนหลายโรค ส่ว นใหญ่ โรคมัก เกิด จากภาวะภู มิไ ว ่ นโรคที่เกิดในผู ท เกิน ชนิ ด ที่หนึ่ ง ซึงเป็ ้ ี่มีแ นวโน้ม ที่จะ เกิด ภู มิ แ พ ห ้ ายใจเอาสารก่ อ ภู มิ แ พ ใ้ นอากาศเข า้ ไป ้ อราด ้ เช่น เกสรพืช ฝุ่ นบ า้ น ร งั แคสัต ว ์ รวมทังเชื ว้ ย สาหรับรา การหายใจเอาสปอร ์ขนาดใหญ่ สายรา หรือ ่ สปอร ์เล็กทีเกาะกลุ ่มกันอาจติดอยู่เพียงทางเดินหายใจ ส่วนบน ส่ว นสปอร ์ขนาดเล็ ก อาจลงลึกไปถึงทางเดิน หายใจส่วนล่างได ้ อาการของโรคเกิดเร็วภายหลังได ้รับ แอนติเจนไม่กนาที ี่ กลไกเกิดจากการไดร้ บั การกระตุน้ ้ ่ ซาของแอนติเจนทีเคยได ร้ บั มาก่อนแล ้ว โดยแอนติเจน นั้ นไ ป จั บ กั บ แ อ น ติ บ อ ดี ช นิ ด IgE ที่ อ ยู่ บ น ผิ ว sensitized mast cell แ ล ะ basophil ก ร ะตุ ้ นใ ห ้ ์ เ้ กิ ด เกิ ด ก ารห ลั่ ง mediator ออก ม าออก ฤ ท ธิ ให ่ ่ อาการต่างๆ ผูท ้ มี ี แนวโน้มทีจะเกิดภูมิแพป้ ระมาณหนึ่ ง ่ ในสี (ประม าณ ร อ้ ยละ 10 ข องประชาก รโลก) มี แอนติบ อดีช นิ ด IgE ต่ อ ราทั่วไปที่หายใจเข า้ ไป และ ่ ่ งนั้ นช่ว งเวลาใดเวลาหนึ่ งจะ คาดว่ า ประมาณครึงหนึ 10 ้ แสดงอาการแพ เ้ ชือรา อาการที่แสดงออก เช่ น ้ หวัด เรือร งั หื ด ลมพิ ษ และแพ อ้ าหาร (ตารางที่ 2) ้ งั หรือเยือจมู ่ อาการของหวัดเรือร กอักเสบเหตุภูมแิ พ ้พบ ่ ไดบ้ ่อย มีอาการทีมีลก ั ษณะจาเพาะ คือ จามบ่อย คัน จมู ก และตา มี น้ ามู กใสๆ ไหล แน่ นจมู ก ส่ ว นหื ด มี ้ อาการไอ หอบ อาจเกิ ด จากการได ร้ บ ั เชือจากการ ่ หายใจเอาราเข า้ ไป หรือ พบได ใ้ นผู ป ้ ่ วยทีมีภู มิไวเกิน ่ ่ในทางเดินหายใจอยู่แลว้ ดังเช่นโรคทีพบได ่ จากราทีอยู ้ ้ ไม่ บ่ อ ยเท่ า หวัด เรือรงั แต่ มีค วามส าคัญ คือ allergic bronchopulmonary aspergillosis (ABPA) ซึ่ ง ้ A. fumigatus เชื อ ้ มั ก อ ยู่ ต า ม มั ก เกิ ด จ าก เชื อ ้ ่ ่ หลอดลมไม่บุกรุกเนื อเยือปอด เยือบุหลอดลมอาจแดง ้ งชนิ ้ และนุ่ ม มีภูมิไวเกินที่เกิด ขึนทั ดที่หนึ่ งและชนิ ด ที่ สาม ผู ป้ ่ วยมีอาการไอ มีเสมหะปนเลือด มีอาการเป็ น พั ก ๆ แ ล ะมั ก มี อ า ก า ร อื่ น ร่ ว ม ด ้ ว ย เช่ น มี ไ ข ้ อ่อนเพลีย นอกจาก Aspergillus แล ว้ ยังเกิดจากรา ่ บ้ ้าง นอกจากนั้นในรายทีเป็ ่ นภูมิแพม้ ากๆ นานๆ อืนได ้ กออกไม่ดี ราอาจติดเชือท ้ าให ้อักเสบ มีการระบายนามู ที่ โ พ ร ง อ า ก า ศ ห รื อไ ซ นั ส ( Allergic fungal sinusitis: AFS) ตั ว อย่ า งราได แ้ ก่ A. fumigatus, Curvularia, Bipolaris ส่ ว น เชื อ้ Alternaria แ ม ้ ้ จ้ ากตัว อย่ างชินเนื ้ อของผู ้ โดยมากจะแยกเชือได ป ้ ่ วย ้ งั (Chronic rhinosinusitis) แต่ ไซนั ส อัก เสบเรือร ้ ก็ ้ มก เชือนี ั พบได ้ในช่องจมูกคนปกติเช่นกัน11 อย่างไร ่ ก็ตาม ABPA และ AFS เป็ นโรคทีพบได ้ไม่บ่อยนัก

การวิ นิ จฉั ยโรคโดยการซ ก ั ประวัติ แ ละอาการที่ ้ แสดงออก รวมทังการทดสอบหาภาวะภูมไิ วเกินชนิ ดที่ หนึ่ งโดยทั่วไปเป็ นการตรวจหา IgE โดยทดสอบด ว้ ย ่ skin test หรือ อาจตรวจหาในซีร ่มผู ั ป ้ ่ วย ซึงการ วินิ จ ฉั ย จะมี ป ระสิ ท ธิภ าพดี จ าเป็ นต อ้ งมี ก ารเตรีย ม fungal allergenic extract ที่มี ค วามจ าเพาะต่ อ รา นั้นๆ ตัวอย่าง allergen จากรา20, 21 ได ้แก่ ่ ้ - Alternalia alternata เป็ นราทีพบได ้ทังในเขต ้ อแหง้ allergen เช่น Alt a 1 อบอุ่น อากาศชืนหรื เป็ น heat stable glycoprotein ขนาดโมเลกุล 31 KDa พบได ้ใน cytoplasm ของสปอร ์และสาย ้ บได ้กับ IgE ของผูป้ ่ วยทีแพ ่ ้รา รา allergen นี จั Alternaria ถึงมากกว่าร ้อยละ 80 ่ - Cladosporium herbarum เป็ นราทีพบได ใ้ นเขต หนาว allergen เช่น Cla h 1 เป็ น acidic allergen ขนาด 13 KDa จับได ้กับ IgE ของผูป้ ่ วย ่ ้ราCladosporium ถึงร ้อยละ 61 ทีแพ ่ - Aspergillus sp. พบได ้ทัวโลก allergen ของ A. fumigatus เช่น Asp f 1 เป็ น robotoxin ขนาด ่ ้รา 17 KDa จับได ้กับ IgE ของผูป้ ่ วยทีแพ Aspergillus ถึงร ้อยละ 83 ส่วน allergen ขนาด ่ น alkaline serine proteinases พบ 34kDa ซึงเป็ ้ ได ้ทังใน A. fumigatus (Asp f 13), A. flavus ้ (Asp fl 13) และ A.oryzae (Asp o 13) รวมทังใน รา Penicillium sp. ด ้วย เช่น P. brevicompactum (Pen b 13), P. oxalicum (Pen o 13) แล P. notatum (Pen n 13) แพ้อาหาร (Food allergy) โดยทั่วไปอาหารบางชนิ ด เช่น ไข่ กุ ง้ ถั่วลิส ง จะ กระตุ น ้ mast cell บริเวณทางเดิน อาหาร ท าให เ้ กิด ้ ยบและ vasodilatation มี การหดตัวของกลา้ มเนื อเรี อาการอาเจียนและท อ้ งเสีย allergen อาจจะถู กดู ด ซึม เขา้ กระแสเลือ ดท าให เ้ กิดการแพ แ้ บบรุนแรง หรือ ้ เกิด ลมพิษ บริเวณผิวหนั งได ้ อาหารขึนราบางชนิ ด เช่น ขา้ วหมาก เบียร ์ เนยแข็ ง หรือกินเห็ ดบางชนิ ดก็ อาจท าให แ้ พ ้เ ช่ น กัน อาจมี อ าก ารเพี ย ง คลื่ นไส ้ ้ั อาเจียน บางครงอาจมี อาการมาก เช่น ปวดทอ้ ง ถ่าย เป็ นเลื อ ด ถ า้ มี ป ระวัติ ก ารแพ อ ้ าหารชนิ ดใดอย่ า ง ่ ชัดเจน ควรหลีกเลียงการกิ นอาหารชนิ ดนั้นๆ

ในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จากการซกั ประวัติ ร ่ว มกับ ผ ลบวกในก ารทดสอบทางผิ ว หนั ง ระหว่างปี 2537-412 พบว่าร ้อยละ 76 ของผูป้ ่ วยโรค ้ งั แบบไม่ ติด เชือเป็ ้ นโรคจมู ก อัก เสบ จมู ก อัก เสบเรือร จากภู มิ แ พ ้ มี โรคหืด ร่ว มด ว้ ยร ้อยละ 14 โรคลมพิ ษ ร ้อยละ 15.5 มีป ระวัติโรคภู มิแ พ ใ้ นครอบคร วั ร ้อยละ 46 และผลการทดสอบภูมิแพท ้ างผิวหนังส่วนมากแพ ้ ฝุ่ นบ า้ นร ้อยละ 83 รองลงไปเป็ นไรฝุ่ น แมลงสาป ขน

3

311352

ลมพิษ (Urticaria) ้ นอกจากกิน อาหารขึนราเข า้ ไปท าให แ้ พ อ้ าหาร และเป็ นผื่นลมพิษไดแ้ ลว้ รายังอาจเป็ นสาเหตุของผื่น ่ จากการสัม ผัส มีรายงานผู ป ้ ่ วยที่ทางานเกียวข อ้ งกับ การเพาะเห็ด shitake เป็ นเวลานาน 2 เดือน มีอาการ ลมพิ ษ ที่ผิ ว หนั ง และอาการของระบบทางเดิ น หายใจ ้ การติดเชือจากยี สต ์ เช่น Torulopsis glabrata เกิด ลมพิษร่วมด ้วย3

่ มผ ทีไม่ ี ูป้ ่ วย มีสด ั ส่วนของปริมาณของราและแบคทีเรีย ้ งบางชนิ ด ต่ างกัน ในกองฟางที่ผู ป ชันสู ้ ่ วยสัม ผัส พบ เ ชื ้ อ Absidia corymbifera, Eurotium amstelodami, mesophillic Streptomyces, thermophillic Streptomyces, Saccharomonospora viridis ในป ริม าณสู ง กว่ า มาก การได ร้ บั ้ ้ มาณมากน่ าจะเสียงต่ ่ เชือเหล่ านี ปริ อการเกิดโรคปอด ่ ชาวนา26 อย่างไรก็ตามในแต่ละทอ้ งถินอาจมี ชนิ ดและ ้ สัดส่วนราแตกต่างกันได ้ นอกจากนี โรค HP ยังพบได ้ ้ ในคนงานโรงงานท าวิส กี ้ คนงานล า้ งราที่ขึนบนเนย ้ ่ นมี ้ ราขึนมากหรื ้ แข็ง คนเพาะเลียงเห็ ดในโรงเรือนทีชื อ จากเห็ดบางชนิ ดเอง ช่างไม ้ แมก้ ระทั่งคนในสานักงาน ้ พ่ ่ นออกจากระบบการระบาย หรือบ ้านเรือนสูดดมเชือที ่ าความร ้อน หรือเครืองปร ่ อากาศ หรือเครืองท บั อากาศ ่ ได ้ทาความสะอาดดีพอและมีความชืนเอื ้ อให ้ ้ราและ ทีไม่ ่ แบคทีเรียเจริญได ้ดีอยู่ภายในเครือง

โรคปอดอักเสบจากภู มไิ วเกิน (Hypersensitivity pneumonitis) ปอดอักเสบจากภูมิไวเกิน หรือเรียกอีก อย่างหนึ่ ง ว่ า extrinsic allergic alveolitis เป็ น ก ลุ่ ม อาก าร ่ เกิดจากการชักนาของแอนติเจนในสิงแวดล อ้ มในงาน อาชีพ เกี่ยวกับ การเกษตรและอุ ต สาหกรรมอาหาร ้ ง ที่มี รู ป ร่า ง แอนติเจนอาจเป็ นรา หรือ แบคทีเรีย ชันสู คล า้ ยรา หรือโปรตีน จากสัต ว ์ เช่น มู ลนก กลไกเกิด ้ จากภู มิไวเกิน ชนิ ด ที่สาม เกิด ขึนหลั งจากถู กกระตุ น ้ ด ว้ ยแอนติ เจน 2-6 ชั่วโมง circulating antigen ้ จะจับ กับ แอนติบ อดีช นิ ด IgG ที่ร่างกายสร ้างขึนมา ้ อต่ ่ างๆ เกิดเป็ น immune complex ไปจับตามเนื อเยื ้ อ ่ เช่น หลอดเลือดแดง ชักนาใหเ้ กิดการทาลายเนื อเยื บ ริ เ วณ นั้ นโด ย เม็ ด เลื อ ด ข าวแล ะ complement activation และอาจมี ภู มิ ไ วเกิ น ชนิ ดที่ สี่ ร่ ว มด ว้ ย ป อ ด อั ก เส บ จ า ก ภู มิ ไว เกิ น พ บไม่ บ่ อ ย นั ก แ ต่ มี ่ โอกาสสูดดมโปรตีนจาก ความสาคัญในงานอาชีพทีมี รา หรือโปรตี น อื่ นๆ เข า้ ไปมาก อาก ารมี ท ั้งแบบ ่ ยบพลัน หรือเรือร ้ งั ได ้ แบบเฉี ยบพลัน เฉี ยบพลัน กึงเฉี พบบ่ อ ยที่สุ ด มี อ าการไข ้ หนาวสั่น อ่ อ นเพลีย ปวด เมื่อยตามตัว ไอ อาจมีเสมหะปนเลือด หายใจขัด หาก ไม่ ได ร้ บั สารกระตุ น ้ เดิม อีก อาการจะกลับเป็ นปกติได ้ ้ อ ่ อย่างไรก็ดห ี ากไดร้ บั สารกระตุน้ เดิมต่อเนื่ องไป เนื อเยื ปอดอาจพบมี fibrosisและ granuloma มี อ าการ หอบถี่ ไอ น้าหนักตัวลด อ่อนเพลีย และอาการจะไม่ ดี ้ งแมเ้ ลียงสารกระตุ ่ ขึนถึ ้นไปแล ้ว

Dermatophytid, Candidid ้ เมื่อมีก ารติด เชือราเกิ ด การอัก เสบที่ส่ วนใดส่ ว นหนึ่ ง ของร่างกาย อาจพบเกิด ปฏิก ิ ร ยิ าภู มิไวเกิน ชนิ ด ที่สี่ หรือ delayed type hypersensitivity ที่บริเวณอื่น ่ า อาจเกิด จากการดู ด ของร่างกายที่ห่ างออกไป เชือว่ ้ ซึม แอนติเจนของเชือเข า้ สู่ ก ระแสเลือ ดไปก่ อให เ้ กิด ปฏิก ิ ร ยิ าที่ส่ วนอื่นของร่างกาย โดยบริเวณที่เกิด ผื่น ้ นั้ นตรวจไม่ พ บเชือราก่ อโรค ตัว อย่ า งเช่น ผู ป ้ ่ วยโรค ่ งศีรษะแลว้ เกิดเป็ นผืนหรื ่ กลาก มีการอักเสบทีหนั อตุ่ม ่ อ นิ ว้ เทา้ หรือลาตัว อาการแสดงนี เรี ้ ยกว่า พองใสทีมื dermatophytid แล ะจ าก ก า รใช แ้ อ น ติ เจ น เช่ น ้ ้ ลาก Trichophyton แอน ติ เ จนจาก น้ าเลี ยงเชื อก ่ mentagrophytes ทีเรียกว่า trichophytin ในการ ทดสอบปฏิก ิรยิ าทางผิวหนังผู ป้ ่ วยโรคกลาก มักใหผ ้ ล ่ ้ บวกใน 24-48 ชัวโมง นอกจากนี อาการแพ ล้ ก ั ษณะ ้ สต ์ เช่น การเกิดโรคคลา้ ยกัน อาจมีส าเหตุ จากเชือยี Candida albicans ก็ ไ ด ้ เรี ย ก อ า ก า ร แ ส ด ง ว่ า candidid

การวินิ จฉัยในผู ป้ ่ วยโดยการซกั ประวัติและอาการ ท างป อด ก ารท ด ส อ บ ท างผิ วห นั งด ้ว ยส ารส กั ด แอนติเจน ผู ป ้ ่ วยอาจให ป ้ ฏิก ิ ร ย ิ า immediate type คื อ หลัง ฉี ดแอนติ เ จน 15 -20 นาที มี wheal และ ่ flare ต่อมาจางไปมีปฏิก ิ รยิ าอีกครงั้ 4-6 ชัวโมง บวม ่ ด นอกจากนั้นอาจตรวจหาแอนติบอดี แดงบริเวณทีฉี ่ ก ท าด ว้ ยวิ ธ ี gel ชนิ ด IgG ต่ อ แอนติ เ จนนั้ นๆ ซึงมั diffusion test และจะตรวจพบแอนติบอดีในระดับสู ง ้ ได ใ้ นซีร ่มผู ั ป ้ ่ วย อย่ า งไรก็ ดี ค นที่ ได ร้ บ ั เชือในงาน อ า ชี พ ส่ ว น ห นึ่ ง มี precipitating antibody ใ น ระดับ สู ง ต่ อโปรตี น จ าเพ าะแต่ ไ ม่ มี อ าการเลยก็ ไ ด ้ เช่นกัน

ผลกระทบจากสารระคายเคืองจากรา (Irritant effect) ในบ า้ นหรือ อาคารปิ ดปรับ อากาศ หากมี ก าร ระบายอากาศไม่ ดีพ อ อาจเป็ นสาเหตุหนึ่ งใหผ ้ ู อ้ าศัยมี ้ ว้ ย ในคนที่มี โอกาสเสี่ยงที่จะพบเจอราได ม ้ ากขึนด ้ แนวโน้ม เป็ นภู มิ แ พ ไ้ ด ง้ ่ า ยส่ ว นหนึ่ งเกิด ภู มิ แ พ เ้ ชือรา ่ ่ ในคนทัวไปยัง มี ก ารศึก ษาไม่ เพี ย งพอทีจะบอกได ว้ ่ า ชนิ ดและปริมาณของรา และเมทาบอไลท ์ของราเท่าใด ่ ทีคนได ร้ บั และจะมีผลกระทบต่อสุขภาวะหรือไม่อย่างไร ขณะตอ้ งอาศัยหรือทางานร่วมกับรา แมว้ ่ามีรายงาน ่ ส่วนหนึ่ งแสดงถึงความเกียวพั นของรากับอาการป่ วย ่ ่ ความชืน้ เช่น ของผู อ้ าศัยโดยพบเห็ นราในทีอาศั ยทีมี ่ เสี ย งหายใจหวี ด หวื อไอ มี อ าการที ทางเดิ น หายใจ ส่ วนบน 12 นอกจากนั้ นตัว อย่ างอาการที่ยังอาจจะมี ความสัมพันธ ์กับราไดแ้ ก่ กลุ่มอาการป่ วยเหตุอาคาร (Sick building syndromes) 10, 12 ซึ่งเกิ ดในคนที่

มีรายงานการเกิดปอดอักเสบจากภูมิไวเกินในงาน ้ ง อาชีพ ต่ า งๆ ที่ เกี่ยวข อ ้ งกับ ราและแบคที เ รีย ชันสู ่ (ต า ร า ง ที 3) ตั ว อ ย่ า งไ ด ้ แ ก่ โ ร ค ป อ ด ช า ว น า (Farmer’s lung disease) ชัก น าจากการสู ด ดมรา ่ รูปร่างคลา้ ยรากลุ่ม thermophillic และแบคทีเรียทีมี ่ นตามกองฟางที ้ ่ มไวซ actinomyces ทีขึ สุ ้ งมี ึ่ อุณหภูมิ ่ ้ สูง มีรายงานในประเทศฝรงเศสถึ ั งสัด ส่วนของเชือใน ่ กองฟางทีผูป้ ่ วยสัมผัสเปรียบเทียบกับกองฟางในฟาร ์ม

4

311352

ตารางที่ 3

ตัวอย่างโรคปอดอักเสบจากภูมไิ วเกิน (Hypersensitivity pneumonitis) แหล่งของเชือ้ ้ งทีเกี ่ ยวข ่ และราและแบคทีเรียชันสู ้อง6, 26, 27

โรค Farmer’s lung disease

แหล่งของเชือ้ ้ กองฟางขึนรา หรือ ธัญ พื ช อื่น ้ ขึนรา

Bagassosis Cheese washer’s lung d. Lycoperdonosis Malt’s worker lung d.

้ ชานอ ้อยขึนรา ่ นบนเนยแข็ ้ ราทีขึ ง เห็ด puffballs ้ ข ้าวบาร ์เลย ์ขึนราในการผลิ ต วิสกี ้ ่ นในโรงเพาะเห็ ้ ราทีขึ ด

Mushroom worker’s lung d. Maple bark d. Paprika worker’s lung d. Sauna taker’s lung d. Sequoiosis Suberosis / woodman’s d. Woodchip handler’s d. Vinegrower’s lung d. Ventilation system pneumonitis

้ เปลือกเมเปิ ลขึนรา ้ พริกขึนรา sauna steam ้ อยขึ ่ ้ ฝุ่ นขีเลื นรา ้ ฝุ่ นไม ้ก๊อกขึนรา ้ เศษไม ้ขึนรา ้ ผลไม ้ขึนรา ่ นอยู ้ ่ ราทีขึ ใ่ นเครืองระบาย ่ อากาศ, เครืองปร ับอากาศ, ่ าความร ้อน เครืองท

ตัวอย่างเชือ้

Micropolyspora faeni, Thermoactinomyces, Aspergillus fumigatus, A. flavus, Absidia corymbifera, Eurotium amstelodami, M. faeni, Thermoactinomyces Penicillium roqueforti, P. casei Lycoperdon pyriformae, L. gemmatum Aspergillus clavatus, A.oryzae, A. fumigatus Aspergillus glaucus, M. faeni Thermoactinomyces Cryptostroma corticale, Graphium sp. Rhizopus(Mucor) stolonifer Aureobasidium pullulans Aureobasidium pullulans Penicillium frequentans Aspergillus sp., Mucor sp., M. faeni Botrytis cinerea T. candidus, T. vulgaris, Penicillium sp., Thermophillic actinomyces

่ นสารพิ ษ ของรา ความเป็ นพิ ษ ที่ mycotoxins ซึงเป็ เกิดโดยการหายใจโดยตรงยังไม่ มี ก ารสนั บ สนุ นจาก รายงานที่ผ่ านมาเนื่ องจากที่พบในอากาศในระดับต่ า แต่ มี ร ายงานนานมาแล ว้ ที่สารพิ ษ ที่สร ้างจากรา S. ้ chatarum ที่ขึนในกองฟางหรื อ หญ า้ แห ง้ ท าให เ้ กิด ่ ทางเดินหายใจและทางเดินอาหารในมา้ และ อาการทีตา ปศุ ส ต ั ว ์ และจากการส ารวจการเกิด อาการ acute pulmonary hemorrhage ใ น เ ด็ ก ท า ร กใ น สหรัฐ อเม ริก า เคยเชื่ อว่ า อาจมี ร า S. chatarum ่ ้ มาณมากและเชือนี ้ สร ้ ้าง เกียวข อ้ งเนื่ องจากพบเชือปริ stachylysin และ satratoxin ได ้ แต่ ย ังไม่ ส ามารถ พิ สู จ น์ถึ ง ความ สัม พั น ธ ข ์ องอาก ารที่ พ บกับ ราได ้ ชัดเจน โดยทั่วไป mycotoxins จะมีผลกระทบต่อคน ้ และสัตว ์อย่างมากหากปนเปื ้ อนอยู่ในอาหารขึนราซึ ง่ ่ ได ้กล่าวในรายละเอียดไว ้ในเรืองราสร ้างสารพิษ

อาศัย หรือ ท างานในอาคาร มี อ าการ ได แ้ ก่ ระคาย ่ ตา จมูก ลาคอ หรือทางเดินหายใจ ผืนคั ่ นที่ เคืองเยือบุ ผิว หนั ง อ่ อ นเพลีย อ่ อ นล า้ ง่ วงงุ น มึน ศีร ษะ ปวดข อ้ เฉื่ อยชา โดยอาการดัง กล่ า วหายไปเมื่ อออกจาก อาคาร แม อ้ าการเจ็ บ ป่ วยเหล่ านี ้ไม่ รุน แรง หรือ เป็ น อัน ตรายถึ ง ชีวิ ต แต่ ท าให ข ้ าดสมาธิ ปฏิ ส ัม พั น ธ ์ ระหว่างคนน้อยลง มีผลถึงประสิทธิภาพในการทางาน มี ก ารส ารวจในกรุ ง เทพมหานคร 1 พบว่ า ผู ท ้ างานใน อาคารส านั ก งานที่เป็ นอาคารสู ง ปิ ดทึบ และมี ระบบ ปรับอากาศและระบายอากาศแบบรวมร ้อยละ 20 พบ กลุ่ ม อาการดัง กล่ า วปรากฏทุ ก สัป ดาห ์ แม ว้ ่ า จะมี ปั จ จัยในอาคารมากมายที่มี ส่ ว นเกี่ยวข อ้ งให ผ ้ ู อ้ าศัย เกิ ด อ า ก า ร ได ้ แ ก่ microbial cell wall agents, endotoxin, microbial volatile organic compounds ในส่ ว นของราที่อาจมี ศ ก ั ยภาพเป็ น ส ารระค าย เคื อ ง 11, 22 ได ้แ ก่ (1,3)---D-glucan, volatile organic compounds, hemolysins, mycotoxins ผ นั ง เ ซ ล ล ์ ข อ ง ร า ส่ ว นใ ห ญ่ มี ส่ ว น ป ระก อ บ ข อ ง (1,3)---D-glucan ยั งไม่ พ บ ความสัมพันธ ์กับการเกิดการอักเสบโดยตรง แต่อาจมี ผลใหม้ ีอาการไอแหง้ หรือมีเสมหะ เสียงแหบ โดยทั่วไป ้ มาณราทีพบในที ่ ่ อาจใช ้ glucan เป็ นตัวบ่งชีปริ อาศั ย ส่วน volatile organic compounds เป็ นสารระเหย จ าพ วก alcohol, ketone, aldehyde, ester เป็ น ตน ้ ท าให เ้ กิด กลิ่นเหม็ น อับ สาบ ตัว อย่ า งราที่สร ้าง เช่ น Aspergillus, Penicillium อย่ า งไรก็ ดี ร ะดั บ ของสารระเหยพบในระดับ ต่ าในที่อาศัย และสร า้ งมา จากจุล ชีพหลายชนิ ด ปะปนกันอยู่ไม่ ใช่เฉพาะของรา เท่านั้น ส่วน hemolysins ตัวอย่างราที่สร ้าง เช่น A.

สรุปราก่อภู มแ ิ พ้ ้ ่ ่อาศัยของเรา การ ราพบไดท้ ่วไปทั ั งในและนอกที อยู ้ เปิ ดรบั ราโดยการหายใจ สัม ผัส และกิน อาหารขึนรา ้ ่ ภูมิคุม้ กันต่าและผู ท นอกจากราอาจติดเชือในคนที มี ้ มี ี่ ่ ่ งตระหนักคือ ในคนบางกลุ่มมี โรคอืนอยู ่ก่อนแลว้ ทีพึ ้ อาการภู มิ แ พ เ้ ชือราจากการเกิ ด ภาวะภู มิ ไ วเกิน มี ้ งั หื ด แพ อ อาก ารหวัด เรือร ้ าหาร ลมพิ ษ และปอด อัก เสบจากภู มิไวเกิน รวมถึงอาจจะท าให เ้ กิด อาการ ระคายเคืองต่อ ตา จมู ก คอ ทางเดิน หายใจ ปอด และ ผิ ว หนั ง การลดป ริม าณ ราที่ พบเห็ นในบ า้ นหรือ ที่ ท างาน โดยก ารหมั่ นตรวจดู แ ละปร บ ั ปรุ ง แหล่ ง ที่ ้ ่ อให ้ ร้ าเจริญ ดี ก่ อให เ้ กิด ความชืนในอากาศสู ง ซึงเอื ้ อ ยลง และท าความสะอาดระบบ เพื่ อให ม ้ ี ค วามชืนน้ ่ ระบายอากาศ/เครืองปร บั อากาศเพื่อกาจัด จุล ชีพ อยู่ ้ เสมอ รวมทั้งลดการใช อ้ ิ น ทรีย ว์ ัส ดุ ที่ ราชอบขึ นใน ่ อ อาคาร อาจจะช่วยลดปริมาณรา และลดความเสียงต่ ่ มพันธ ์กับราได ้ การเปิ ดรบั ราและการเกิดโรคทีสั

fumigatus, Penicillium chrysogenum, Stachybotrys chatarum ส า ร chrysolysin ที่ สร า้ งจากรา P. chrysogenum สามารถกระตุ น ้ ให ้ ้ เซลล ม ์ าโครฟาจเพาะเลี ยงของหนู หลั่งสารในการ ต อ บ ส น อ งใ ห ้ เ กิ ด ก า ร อั ก เส บไ ด ้ 9 ใ น ส่ ว น ข อ ง

5

311352

ราสร ้างสารพิษ (Toxigenic fungi)

Deoxynivalenol (DON), diacetoxyscirpenol (DAS), zealalenone และ fumonisins

ในคนและสัตว ์ นอกจากราจะสามารถก่อให ้เกิดโรค ้ ติดเชือและท าใหค้ นบางกลุ่มเกิดโรคภูมิแพแ้ ลว้ ยังทา ่ นสร ้างดว้ ย ราที่ ให ้เกิดอาการเป็ นพิษได ้จากสารพิษทีมั สร ้างสารพิษได เ้ รียกว่า toxigenic fungi บางชนิ ด มี สารพิ ษ อยู่ ในตัว บางชนิ ด สร า้ งและปล่ อ ยสารพิ ษ สู่ ภายนอก จึง แบ่ ง สารพิ ษ จากราได เ้ ป็ น 2 กลุ่ ม คื อ สารพิ ษในเห็ ด เมาหรือ เห็ ด พิ ษ เรีย กว่ า toxic หรือ ่ poisonous mushroom ซึงสารพิ ษ มี อ ยู่ ใ นตัว เห็ ด แ ล ะส า ร พิ ษ จ า ก ร า ส า ย ห รื อ กิ ณ พิ ษ เรี ย ก ว่ า mycotoxins ซึ่งราสายบางสายพัน ธุ ส์ ร า้ งสารพิ ษ ่ ญงอกงามตามธรรมชาติ ออกมาในบางภาวะขณะทีเจริ ในเมล็ดธัญพืชและอาหารของคนและสัตว ์

- ก าร ถ่ า ย เท อ า ก า ศ ดั ง ตั ว อ ย่ า งก า รส ร า้ ง aflatoxins ถ า้ ลดปริม าณออกซิเจน หรือ เพิ่ม ้ ้ ปริมาณคาร ์บอนไดออกไซด ์ ราสร ้างสารพิษนี ได น้อยลง ผลของกิณพิษต่อสัตว ์และคน ในอดีตที่ผ่ านมามีรายงานการเกิดโรคในกลุ่ ม คน แ ล ะสั ต ว ท ์ ี่ กิ น อ า ห า ร ห รื อ ธั ญ พื ช ขึ ้ น ร า ได ้ แ ก่ Ergotism, Alimentary toxic aleukia, Balkan nephropathy โ ด ย ยั งไ ม่ ท ร า บ ส า เห ตุ ชั ด เจ น ่ บปี ทีแล ่ ว้ ทีประเทศอั ่ จนกระทั่งเมื่อประมาณสีสิ งกฤษมี ้ ไก่ ง วงที่ เลี ยงไว ต ้ ายพร อ้ มกัน จ านวนมาก จากการ สารวจโรคในคราวนั้ นพบว่า เกิด จากไก่งวงกิน อาหาร ่ ถ่วลิ ้ ผสมทีมี ั สงขึนราด ว้ ย แยกราได ้ คือ Aspergillus flavus และพบสารที่มัน สร ้างปนเปื ้ อนในถั่วลิส งด ว้ ย จากนั้ นมาจึง ทราบว่ า ราสามารถสร ้างสารที่เป็ นพิ ษ ่ ออกมาปนเปื ้อนในอาหารทาใหเ้ กิดโรคได ้ สารพิษทีพบ ้ อว่ ่ า aflatoxins นี จึ้ งตังชื

กิณพิษ หรือ สารพิษจากราสาย (Mycotoxins) ในสิ่งแวดล อ้ ม ราสร ้างสารที่เป็ นพิษ ต่ อ สิ่งมีช วี ิต ่ ่ อืน เพือแข่ งขันใหด้ ารงชีวต ิ อยู่รอดได ้ หากเป็ นพิษต่อ จุ ล ชีพ อื่น เรีย กว่ า antibiotics หากเป็ นพิ ษ ต่ อ พื ช เรียกว่า phytotoxins และหากเป็ นพิษต่อคนและสัตว ์ เรี ย ก ว่ า mycotoxins ห รื อ กิ ณ พิ ษ ซึ่ ง เ ป็ น secondary metabolites ข อ ง ร า ส า ย ที่ มี ข น า ด โมเลกุ ล เล็ ก เป็ นสารที่ไม่ จ าเป็ นต่ อ การเจริญ เติบโต ของมันและสร ้างออกมาในบางสภาวะเท่านั้น ราหลาย ชนิ ด อาจสร ้างกิณ พิษ ชนิ ด เดียวกันได ้ และราชนิ ดใด ชนิ ดหนึ่งอาจสร ้างกิณพิษได ้หลายชนิ ด

ขณะราเจริญบนอาหาร พบกิณ พิษอยู่ในทุ กส่วน ้ ทังสปอร ์ สายรา และบนอาหาร กิณ พิษก่อใหเ้ กิดโรค ได ้ ใ น สั ต ว ห ์ ล า ย ช นิ ด ร ว ม ทั้ ง ค น ด ้ ว ย เรี ย ก ว่ า ่ ได เ้ กิดจากการติด เชือ้ mycotoxicoses เป็ นโรคทีไม่ ่ รา แต่ เป็ นอาการพิษ ทีเกิด เป็ นส่ ว นใหญ่ จ ากการกิน ้ ้ อนสารพิษ มีส่วนน้อยอาจจะไดร้ บั อาหารขึนราปนเปื ้ า้ ไป สารพิษจากการหายใจเอาฝุ่ นอาหารและตัวเชือเข หรือได ้รับสารพิษจากการสัมผัสกับราปริมาณมาก

่ ยวข้ ่ ปั จจัยทีเกี องก ับการสร ้างกิณพิษ ่ ศก ่ 1. Toxigenic molds เป็ นราทีมี ั ยภาพทีจะสร ้าง ้ ้ สารพิษได ้ ธัญพืชและอาหารต ้องมีราเหล่านี ขึนก่อนจึง จะเกิด การปนเปื ้ อนสารพิษ อย่ างไรก็ ดีก ารตรวจพบ หรือไม่ พบ toxigenic mold ในอาหารยังไม่ สามารถ สรุปผลการวินิจฉัยโรค mycotoxicosis ไดจ้ นกว่าจะ ตรวจพบสารพิ ษในอาหารนั้ นด ว้ ย ปั จ จุ บ ัน พบว่ า ่ าคัญ ถูก สร ้างจากราใน 3 ตระกูล หลัก คือ สารพิษทีส Aspergellus, Penicillium และ Fusarium

่ ้ สัต ว ์และคนรบั สารพิษไดโ้ ดยตรงจากวัตถุดิบทีใช ้ ่ ประกอบอาหารมีการปนเปื อนราทีสร ้างสารพิษ ไม่ว่า วัต ถุ ดิ บ นั้ นอยู่ ใ นระหว่ า งการผลิ ต การแปรรู ป การ ้ งได ้รบั สารพิษจาก ขนส่ง หรือขณะกักตุน นอกจากนี ยั ่ อาหารแปรรูปทีมีส่วนประกอบปนเปื ้ อนกิณพิษอยู่แลว้ ในบางโอกาสคนอาจได ร้ บ ั จากผลิ ต ภัณ ฑ จ์ ากสัต ว ์ ้ เช่น นม เนื อและไข่ ปั จ จุ บ น ั กิณ พิ ษ มี ผ ลกระทบต่ อ สัต ว ม์ ากกว่ า คน ้ เนื่ องจากสัต ว ์กิน อาหารที่ขึนราโดยตรง โดยเฉพาะ ปศุ สต ั ว ์กลุ่ มที่ได ร้ บั อาหารผสมจากพืชกัก ตุน ไดแ้ ก่ โคนม โคเนื ้ อ สุ ก ร ไก่ ในคนหากเกิ ด อาการที่ มี ประวัตส ิ งสัยเกิดจากสารพิษจึงมักวินิจฉัยโดยเทียบกับ ่ า คนอาจ อาการที่เคยเกิดในสัต ว ์ อย่ า งไรก็ ต ามเชือว่ ไดร้ บั สารพิษในระดับต่ าๆ ในระยะเวลานาน เนื่ องจาก ่ ตถุดบ ้ เลียงวั ิ ขึนราก่ อนนามาปรุงอาหารได ้ยาก

2. Suitable substrates ราแต่ละชนิ ดสามารถใช ้ อาหารได ห ้ ลายชนิ ด แต่ มี อ าหารบางชนิ ด ที่มี ค วาม เหมาะสมมากกว่ า ชนิ ด อื่นที่ท าให ร้ าสร ้างสารพิ ษได ้ ้ ่วลิสงจะสร ้าง มาก เช่น Aspergillus flavus ขึนบนถั aflatoxins มาก 3.

่ ปัจจัยทางสิงแวดล ้อม ได ้แก่ ้ - ความ ชื น ตั ว อย่ า งราที่ เป็ นศั ต รู ข องพื ชไร่ ่ (field fungi) มักชอบความชืน้ 20-25% ทีพบ ไ ด ้ บ่ อ ยไ ด ้ แ ก่ ร า ด า Claviceps sp. แ ล ะ Fusaruim sp. ส่ ว นราที่ เจริญในธัญ พื ช ขณ ะ ่ กักตุน (storage fungi) มักเจริญไดใ้ นภาวะทีมี ค ว า ม ชื ้ น ต่ า ไ ด ้ แ ก่ Aspergillus sp. ช อ บ ความชืน้ 10-17% และ Penicillium sp. ชอบ ความชืน้ 16-21%

้ อาการพิ ษ ที่เกิด ขึนหลั งจากที่สัต ว ไ์ ด ร้ บ ั สารพิ ษ ้ อาจจะรุนแรงมากหรือน้อยขึนอยู ่กบ ั ชนิ ด ปริมาณของ ่ ร้ บั สารพิษนั้น รวมทังความ ้ สารพิษ และระยะเวลาทีได ไวต่อสารพิษจะแปรผันตามชนิ ด อายุ เพศ และสภาวะ ่ ้รบั สารพิษด ้วย ของร่างกายขณะทีได ่ ด จาก กลุ่ม อาการของโรค mycotoxicoses ทีเกิ การได ร้ บ ั กิณ พิ ษ ตัว อย่ า งในสัต ว เ์ กิ ด กับ อวัย วะทุ ก ่ ดจากโรคอืนๆ ่ ได ้ ระบบ ทาใหแ้ ยก clinical sign ทีเกิ ่ ้ช่วยพิจารณาในการวินิจฉัยโรค ยาก บรรทัดฐานทีใช ได ้ ได ้แก่

- อุ ณ หภู มิ ตัว อย่ า งราในตระกู ล Fusarium ที่ อุ ณ ห ภู มิ 10-120C ส ร า้ งส า รพิ ษ T-2 ได ้ดี ขณะทีอุ่ ณหภูมส ิ ูงจะสร ้างสารพิษ 6

311352

- พบ clinical sign ตรงกับ mycotoxicosis ที่ ้ั ก ิณ พิษ หลาย เคยรู ้จัก อย่ า งไรก็ ต ามบางคร งมี ้ ชนิ ดปนเปื อนในอาหารชุ ด หนึ่ งๆ อาการและ วิก ารที่ปรากฏจึงอาจจะไม่ ต รงกับ อาการที่เกิด จากสารพิษเพียงชนิ ดเดียว

ตัวอย่างกิณพิษและการก่อโรค (ตารางที่ 4) ่ ยวะต่างๆ อาการพิษจากกิณพิษ ทาให ้เกิดพิษทีอวั

้ พบ ใช ้ยาปฏิชวี นะไม่ได ้ผล - เพาะแยกเชือไม่ - สื บ สวนถึ งโอกาสที่ สัต ว จ์ ะได ร้ บ ั กิ ณ พิ ษ เช่ น วิธก ี ารเก็บอาหารสัตว ์และการให อ้ าหาร สภาวะ ้ แวดล อ้ มที่อาจเป็ นใจให เ้ ชือราเจริ ญ และสร า้ ง สารพิษ เป็ นต ้น ่ งชีว่้ า - สัตว ์ปฏิเสธการกินอาหารหรือมีลก ั ษณะทีบ่ สัตว ์กินอาหารไม่อร่อย

1.

พิษต่อตับ (Hepatotoxin) ได ้แก่ aflatoxins

2.

พิษต่อไต (Nephrotoxin) ได ้แก่ ochratoxins

3.

พิ ษ ต่ อ ร ะบ บ ป ร ะส า ท (Neurotoxin) ได ้ แ ก่ fumonisins

4.

พิษต่อผิวหนัง (Dermal toxin) ได ้แก่ trichothecenes

5.

่ ได ้แก่ zearalenone, ergot พิษอืนๆ alkaloids

่ ยในสัตว ์กลุ่มเล็กๆ สังเกต - ทดลองใหอ้ าหารทีสงสั ว่าสัตว ์อายุนอ้ ยมักจะไวกว่าสัตว ์อายุมาก ตารางที่ 4

่ ดผลกระทบต่อสัตว ์และคน ตัวอย่างกิณพิษทีเกิ

สารพิษ Aflatoxins

Trichothecenes  nonmacrocyclic (T-2 toxin, DON, DAS, NIV)

 macrocyclic Ochratoxin A

Ergot alkaloids

ชนิ ดรา

แหล่ง

ผลต่อ

Aspergillus flavus, A. parasiticus

่ สง ถัวเหลื ่ ถัวลิ อง เมล็ดนุ่ น ข ้าว ข ้างฟ่ าง ข ้าวโพด ่ ธัญพืชอืนๆ

สัตว ์ปี ก สุกร โค กระบือ แพะ แกะ คน

F. sporotrichioides F. culmorum, F. graninearum, F. nivale Trichoderma, Myrothecium, Trichothecium

ธัญพืช ข ้าวสาลี ข ้าวบาร ์เลย ์ ลูก เดือย

Nephrotoxin

A. ochraceus P. veridicatum

ข ้าวบาร ์เลย ์ ข ้าวโพด ข ้าวสาลี รวงหญ ้า รวงข ้าว ไรย ์ สาลี บาร ์เลย ์ โอ๊ต ข ้าวฟ่ าง ลูก เดือย

สุกร สัตว ์ปี ก คน

ข ้าว

คน สุกร

Claviceps purpurea

P. citrioviaide, P. islandicum, Fusarium sp.

Fumonisins (B1, B2)

F. moniliforme, F. proliferatum F. graminearum (roseum)

ข ้าวโพด ข ้าวโพด ข ้าวสาลี ข ้าวบาร ์เลย ์ ข ้าว ฟ่ าง

7

Nausea, vomiting, dermal necrosis, feed refusal

Hemorrhage and necrosis in the gastrointestinal tract and many organs, immunosuppression

ฟางข ้าว แห ้ง

หญ ้า

Hepatotoxic, carcinogenic, immunosuppressive effects

มา้ โค กระบือ แพะ สุกร คน

Stachybotrys atra (chatarum)

Yellow-rice toxins

Zearalenone (F-2 toxin)

สุกร โค กระบือ มา้ สัตว ์ปี ก คน

ผลกระทบ

โค กระบือ แพะ สุกร สัตว ์ปี ก คน

มา้ ลา ฬ่อ สุกร สุกร โค กระบือ แพะ สัตว ์ปี ก

vasoconstriction, dry gangrene, oxytocic action, CNS stimulation Hepatotoxin (luteoskyrin), nephrotoxin (citrinin), neurotoxin (citrioviridin) Neurotoxin, hepatotoxin Estrogenic effects

311352

ตับ และเกิ ด hydroxylation โดยเอนไซม ใ์ นตั บ จะ ่ เปลียนสารพิ ษเป็ นพิษลดลงและขับออกทางน้านมและ ้ ปั สสาวะ ถ า้ ไดร้ บั สารพิษปริมาณมากในระยะเวลาสัน ่ ตับไม่ ส ามารถขจัด พิ ษได ห ้ มดจะเกิด การสะสมทีตับ ้ โดย กลไกหนึ่ งที่ AFB1 อาจถู ก ท าให เ้ ป็ นพิษ เพิ่มขึน ่ จับ กับ epoxide เปลียนไปเป็ น AFB1-8,9-epoxide ่ คงตัวและสามารถไปจับกับโมเลกุลใหญ่ๆ ในเซลล ์ ซึงไม่ ไดแ้ ก่ nucleic acid, nucleoproteins โดยเฉพาะที่ ่ ตับทาให ้เกิดการเปลียนแปลงในเซลล ์ตับ เซลล ์ตับตาย มีจุด เลือ ดออก มีก ารสะสมไขมัน ที่ตับ และกลายเป็ น เซลล ม์ ะเร็งในที่สุ ด (carcinogenesis) นอกจากนั้ น อาจเกิดการผ่าเหล่า (mutagenesis) มีผลต่อความ ผิ ด ปกติ ข องการพัฒ นาการร่า งก ายทารกในครรภ ์ (teratogenesis) และกดภู มิ คุ ม ้ กันได ้ ถ า้ สัต ว ไ์ ด ร้ บ ั สารพิษปริมาณน้อยระยะเวลานานจะทาใหต้ บ ั ขยายโต ้ งั จน และอัต ราการเจริญ เติ บโตลดลง หากเกิ ด เรือร ่ เซลล ต ์ ับ เสื อมสภาพอาจพัฒ นาเป็ นเซลล ม ์ ะเร็งได ้ เช่น กัน น้ านมและไข่ จ ากสัต ว ท ์ ี่ได ร้ บ ั สารพิ ษ อาจมี สารพิษปนเปื ้อน

 AFLATOXINS ้ ่ ้างสารพิษและแหล่งทีพบ ่ เชือราที สร

Aspergillus flavus พบในธรรมชาติ ไ ด ท ้ ่ ัวโลก ่ ้ หรือ A. parasiticus พบในบางถิ น เป็ นราที่ ขึ นบน

พืช ผลเกษตร เช่น ถั่วลิส ง ข า้ ว ข า้ วโพด ถั่วเหลือ ง ข า้ งฟ่ าง ไม่ ว่ า จะเป็ นช่ว งก่ อ นเก็ บ เกี่ยว ขณะกัก ตุ น หรือในอาหารปรุ ง ส าเร็จ สร ้าง aflatoxins ได ้ ค าว่ า ้ั เชื ้ อไม่ ้ ได ้ aflatoxin ได ม ้ าจากชือ่ A. flavus แต่ ท งนี ่ สร ้างสารพิษได ท ้ ุ ก สายพัน ธ ์ อุ ณ หภู มิ ทีราเจริญ และ ้ ง สร ้างสารพิ ษได ต ้ อ้ งไม่ น ้อ ยกว่ า 250C มี ค วามชืนสู กว่า 15% และมีอากาศถ่ายเทได ้ดีพอควร สารพิษ Aflatoxins เป็ นสารพวก coumarin เชื่อมกับ cyclopentanone ring ได เ้ ป็ น aflatoxin B (AFB) เรื อ งแ ส งสี น้ า เงิ น ภ า ยใต ้แ ส ง UV ห รื อ เชื่ อ ม กั บ lactone ring ไดเ้ ป็ น aflatoxin G (AFG) เรืองแสงสี เขียว (รูปที่ 2) ความเขม้ ของแสงเป็ นสัดส่วนโดยตรง กับ ป ริม าณ สารพิ ษ จึ งใช ใ้ นการทดสอบชนิ ดและ ปริม าณสารพิษได ้ aflatoxins ละลายได เ้ ล็ ก น้อ ยใน น้ า แ ล ะ ล ะ ล า ยไ ด ้ ดี ใ น chloroform, benzene, acetone, ethanol และ methanol

้ ในสัต ว เ์ ลียงและคน ความเป็ นพิ ษ เกิดได ท ้ งแบบ ั้ ้ งั อาจทาใหเ้ กิดตับอักเสบ ตับแข็ ง เฉี ยบพลันและเรือร ดีซา่ น และมะเร็งตับ ้ aflatoxins เป็ นพิ ษได ใ้ นสัต ว ป ในสั ต ว เ์ ลี ยง ์ ีก ้ งเป็ นพิษ โดยเฉพาะลูกเป็ ดและลูกไก่งวง นอกจากนี ยั ้ อ้ ง ลูกโค ส่วนโค กระบือ แพะ และ ในลูกสุกร สุกรตังท ่ แกะที โตเต็ ม วัย ค่ อ นข า้ งทนต่ อ การเกิด เป็ นพิ ษ แบบ ้ เฉี ยบพลัน ความเป็ นพิษ และการเกิดโรคในสัตว ์เลียง ้ ลูกดว้ ยนมและสัตว ์ปี กจะขึนอยู่กบ ั ชนิ ดของสัตว ์ เพศ ้ อายุ และสภาวะร่า งกายขณะนั้ น รวมทังระยะเวลาและ ่ ป ริม าณ สารพิ ษ ที ได ้ร บ ั ด ้ว ย ค วาม เป็ น พิ ษ แบ บ ้ เฉี ยบพลันจะทาใหส้ ต ั ว ต์ ายในระยะเวลาสันหลั งจากที่ ่ ้ กิน อาหารทีปนเปื อน aflatoxins ในความเข ม ้ ขน ้ สู ง โดยทั่วไป >1000 ppb แต่ ที่ พบมัก เกิด พิ ษ แบบกึ่ง เฉี ยบพลัน มีอาการอ่อนเพลีย ไม่อยากอาหาร อาจพบ ้ ตายได ้ มัก เกิด ร่ว มกับโรคติด เชือโดยเฉพาะโรคใน ระบบทางเดินหายใจ ทาให ้ใช ้ยาไม่ใคร่ได ้ผล

มี aflatoxins อยู่ ม ากกว่ า 20 ชนิ ด แต่ ที่พบใน ธรรมช าติ มี 4 ช นิ ด คื อ AFB1 , AFB2 , AFG1 และ AFG2 เมื่ อคนและสั ต ว ไ์ ด ร้ บ ั เข า้ สู่ ร ่ า งก ายจะถู ก ่ เปลียนแปลงโครงสร ้างทาใหเ้ ป็ นพิษลดลงโดยปฏิก ิรยิ า oxidation และ reduction เช่ น AFM1 และ AFM2 เป็ น oxidative metabolites ของ AFB1 และ AFB2 พบในน้านม เช่น นมโค ความรุนแรงของการเกิดพิษ ้ บมีพ น ขึนกั ั ธะคู่ในวงแหวนที่ 1 และการไม่ มี lactone ring ในวงแหวนที่ 5 (รูปที่ 2) AFB1 พบไดบ้ ่อยและมี พิ ษ รุ น แรงมากกว่ า ชนิ ดอื่น ทนความร อ้ นได ส ้ ู ง ถึ ง 2500C การหุงตม้ ธรรมดา เช่น ต ้ม ทอด ผัด จึงไม่อาจ ทาลายได ้ 1

ในคนมี รายงานการเกิดโรคคลา้ ยกลุ่ม อาการไรย ์ ่ นตัว อย่ า งของความเป็ น (Reye's syndrome) ซึงเป็ พิษ แบบเฉี ย บพลันในเด็ ก เล็ ก มี อ าการตัว ร ้อน ปวด ่ ท ้อง อาเจียน ชัก และตายใน 12 ชัวโมง พบอาการทาง สมอง (Encephalopathy) ไขมันแทรกระหว่างเซลล ์ ของอวัยวะต่างๆ และมีจุดเลือดออกภายใน ในประเทศ ไทยปี 2512 เคยมีรายงานอาการทางสมองในเด็กอายุ 1-7 ปี ในจังหวัด อุ ด รธานี มีอ าการคล า้ ยกัน นั้ น เกิด ้ จากเด็ ก กิน ข า้ วเหนี ย วค า้ งคืน หลายวัน มี เชือรา A. ่ ้ flavus และราอืนๆ ปนเปื อนอยู่ด ้วย และพบ AFB1 และ AFB2 ในอุจจาระและอาหารในกระเพาะลาไส ้ของเด็กใน ปริมาณสูงพอควร

5

รู ปที่ 2 โครงสร ้างของ AFB1, AFB2, AFG1 และ AFG2,

การป้ องก ันและควบคุมการได้ร ับ aflatoxins ่ ยขึนราโดย ้ สาหรบั คนทั่วไปไม่ควรกินอาหารทีสงสั ่ ่ มองเห็ น ราหรือได ก ้ ลิ นรา หรือ อาหารที เก็ บไว น ้ าน เกินไป วัต ถุ ดิ บ ผลิ ต ผลเกษตรและอาหารสัต ว ต์ อ้ ง ่ ระมัดระวังไม่ใหฝ ้ ั ก/เมล็ดมีการแตกหัก เสือมสภาพ มี ่ แมลง/หนู เจาะกัด เสี ย หาย เก็ บในที แห ง้ สะอาดและ อากาศถ่ า ยเทดี ถึ ง แม ว้ ่ า มี ค วามพยายามลดหรือ

การเกิดพิษ ก ารเกิ ด พิ ษ ขึ ้น กั บ ช นิ ด แล ะป ริ ม าณ ส ารพิ ษ ่ ระยะเวลาและความถีของการได ร้ บั สารพิษ มีรายงาน การเกิดพิษในสัตว ์ทดลองหลายชนิ ด เช่น หนู ขาว หนู ่ าไสไ้ ปที่ ตะเภา หากสัตว ์กินสารพิษเขา้ ไปจะดูดซึมทีล 8

311352

ท าลายพิ ษ aflatoxins อยู่ บ า้ ง แต่ ไ ม่ มี วิ ธ ี ที่ ท าได ้ สมบู ร ณ์ ดัง นั้ นในการคุ ม ้ ครองผู บ ้ ริโ ภคให ม ้ ี ภ าวะ สุ ข อน ามั ย ดี แ ล ะป ล อ ด ภั ย ค ณ ะก รร ม ก ารร่ ว ม FAO/WHO ได ก ้ าหนดปริม าณ AFB1 ที่อนุ ญาตให ้ ้ ปนเปื อนในอาหารได ส้ ู งสุดโดยไม่ ก่อให เ้ กิด พิษไว ้ เช่น ในถั่วลิ ส งมี ส ารพิ ษไม่ เ กิน 15 ppb (15 ไมโครกรัม สารพิษต่ออาหารหนึ่ งกิโลกรมั ) ส่วน AFM1 ในน้านม ไม่ เ กิน 0.5 ppb (0.5 ไมโครกร ม ั สารพิ ษ ต่ อ น้ านม ่ หนึ งลิตร) อย่างไรก็ตามในแต่ละประเทศมีการกาหนด ปริมาณ aflatoxins ปนเปื ้ อนสูงสุดแตกต่างกันไป ใน ไทยตามประกาศกระทรวงสาธารณ สุ ข ก าหนดใน อาหารทุ ก ชนิ ดต อ ้ งมี aflatoxins รวม ไม่ เ กิ น 20 ppb ส่วนในวัตถุดิบบางประเภท ไดแ้ ก่ กากถั่วเหลือง มี ไ ม่ เกิน 50 ppb กากถั่วลิ ส งมี ไ ม่ เ กิน 500 ppb ปลาป่ นมีไม่ เกิน 40 ppb ข า้ วโพดป่ นหรือ เมล็ ด มีไม่ เกิน 100 ppb เป็ นต ้น

Trichothecenes นอกจากเกิด พิ ษ จากการกิ น ่ มผัสดูดซึมเข ้าทางผิวหนังได ้ แล ้วยังเป็ นพิษเมือสั Alimentary toxic aleukia ที่ พ บใ น ค นใ น ป ร ะ เท ศ ร ั ส เซี ย น า น ม า แ ล ้ ว เชื่ อ ว่ า เกิ ด จ า ก trichothecenes ผู ป้ ่ วยมีอาการไม่ สบายบริเวณปาก ่ กระเพาะอาหารและลาไสอ้ ก ่ ้ คอ ทอ้ ง เยือบุ ั เสบ คลืนไส อาเจียน ทอ้ งเสีย ถา้ ไดร้ บั สารพิษมากเกิดการทาลาย ่ ปาก ลิน้ เพดาน ต่อม ไขกระดูก มีเลือดออกตามเยือบุ ทอลซิน และพบจุด เลื อดออกตามผิว หนั ง โลหิต เป็ น พิษ และเสียชีวต ิ ในสุดท ้าย  OCHRATOXINS ้ ่ ้างสารพิษและแหล่งทีพบ ่ เชือราที สร ราในตระกู ล Aspergillus, Penicillium ได แ้ ก่ ้ A. ochraceus และ P. viridicatum ที่ ขึ นบนข า้ ว ่ บาร ์เลย ์ ข า้ วสาลี ขา้ วโพด และ กาแฟ หลังเก็บ เกียว ่ ่ ่ ้ หรือ ที กัก ตุ นไว ใ้ นที ที มี ค วามชืนและอุ ณ หภู มิ สู ง จะ สามารถสร ้างสารพิษ นี ้ แต่ มี Penicillium บางชนิ ด ้ ้ทีอุ่ ณหภูมต สร ้างสารพิษนี ได ิ ่ากว่า 5oC

 TRICHOTHECENE ้ ่ ้างสารพิษและแหล่งทีพบ ่ เชือราที สร ร า ส า ยใ น ต ร ะ กู ล Fusarium ตั ว อ ย่ า ง เช่ น F. sporotrichioides ร ว ม ทั้ งใ น ต ร ะ กู ล Trichoderma, Myrothecium, Stachybotrys ่ นบนลู ้ และ Trichothecium ทีขึ กเดือย ขา้ วสาลี ขา้ ว

สารพิษ Ochratoxins ที่ พ บ ป น เ ปื ้ อ นไ ด ้ บ่ อ ย คื อ ochratoxin A ส่วน ochratoxin B และ C พบน้อย

บาร ์เลย ์ ในอุณหภูมิ 0oC หรือต่ากว่า

การเกิดพิษ

สารพิษ

Ochratoxin A ท าให เ้ กิด nephrotoxic effect ในสัตว ์หลายชนิ ดโดยเฉพาะสุกรและสัตว ์ปี ก โดยมีผล ไปรบกวนการสร ้างโปรตีนในเซลล ์ แต่ถา้ ไดร้ บั สารพิษ ป ริ ม า ณ ม า ก อ า จ ท า ล า ย ตั บ ด ้ ว ย โร ค Balkan ่ ดในคนนานมาแลว้ ก็ เชือว่ ่ าน่ าจะ nephropathy ทีเกิ ่ ่ เกิดจากพิษของ ochratoxin A เนื องจากมีวก ิ ารทีไต คล ้าย porcine nephropathy

Trichothecenes เป็ นกลุ่ ม ของสารพิ ษ ปั จ จุ บ ัน แยกไดแ้ ล ้วมีมากกว่า 140 ชนิ ด แต่มเี พียงไม่กชนิ ี่ ดที่ พบปนเปื ้ อนอยู่ ในอาหารคนและสัต ว ์ ได แ้ ก่ สารพิ ษ deoxynivalenol (DON) หรือ สารพิ ษ vomitoxin, nivalenol (NIV), ส า ร พิ ษ diacetoxyscirpenol ่ ่ในกลุ่ม non(DAS) และสารพิษ T-2 toxin ซึงอยู macrocyclic ที่พบปนเปื ้ อนในอาหารมากที่สุ ด เป็ น DON และมักมี NIV ปนอยู่บา้ ง ส่วน T-2 toxin และ DAS มีรายงานไม่ บ่อ ยนั ก และพบในปริมาณน้อ ยกว่ า แต่ มี ค วามเป็ นพิ ษ มากกว่ า ส่ ว น trichotheceneใน ก ลุ่ ม ส า ร พิ ษ macrocyclic ไ ด ้ แ ก่ satratoxins, verrucarins พบอยู่ ในอาหารสัต ว ์ เช่น ฟาง หญ า้ แห ้ง ได ้บ ้าง แต่ไม่มรี ายงานการปนเปื ้อนในอาหารคน

้ งั จะกิ น อาหาร ในสุ ก รที่ เกิ ด เป็ นพิ ษ แบบเรือร น้อยลง น้าหนั ก ลด ซึม กระหายน้า และปั สสาวะมาก ผิดปกติ ไตขยายใหญ่ และซีด ในสัต ว ์ปี กมีอต ั ราการ เจริญเติบโตลดลง พบ coagulopathy และเปลือกไข่ ้ ้ บาง สัตว ์เคียวเอื องเป็ นพิษน้อย สารพิษสามารถผ่าน ผ นั ง ม ด ลู ก ข อ ง สั ต ว ์บ า ง ช นิ ดไ ด ้ ท า ใ ห ้ เ กิ ด teratogenic effect สารพิ ษ ยัง มี ผ ลกดภู มิ คุ ม ้ กัน ด ้วย

สัต ว ไ์ ด ร้ บ ั สารพิ ษ จากการกิ น การสัม ผั ส ทาง ผิ ว หนั ง และการหายใจ ส่ ว นคนได ร้ บ ั จากการกิ น ่ ้อนเป็ นส่วนใหญ่ การปรุงอาหารด ้วยการ อาหารทีปนเปื อบ ท อด ต ้ม อาจท าลาย DON, NIV แล ะ T-2 toxin ได ้ไม่มากนัก

 ERGOT ALKALOIDS ้ ่ ้างสารพิษและแหล่งทีพบ ่ เชือราที สร Ergot เป็ นค าที่ ใช เ้ รีย ก sclerotia ของราสาย ้ ช่ ่ อดอกหญ า้ ตระกูล Claviceps เมื่อราเกิดติด เชือที และรวงข า้ ว เช่ น ข า้ วโอ๊ต ข า้ วไรย ์ ลู ก เดื อ ย ราจะ ่ hypha อัดกันแน่ น เจริญ พัฒ นาไปเป็ นโครงสร ้างทีมี เรียกว่า sclerotia รูปร่างโคง้ ยาวเรียว ยาว 2-20 มม. แทรกอยู่ ใ นช่ อ ดอก หรือ รวง คนและสัต ว ม์ ักได ร้ บ ั สารพิษจาก sclerotia ของ C. purpurea

การเกิดพิษ ่ าลังแบ่งตัว Trichothecenes เป็ นพิษต่ อเซลล ์ทีก เ ช่ น intestinal crypt epithelium, haemato้ poietic cells โดยซึมผ่านผนังเซลล ์เข ้าไปยับยังการ ่ ้ สังเคราะห ์โปรตีน หลังกินอาหารทีปนเปื อนสารพิษนี ้ ่ อบุ ่ ชอ ้ ่ อยในหลอด พบการอักเสบทีเยื ่ งปากมีเนื อตายเปื ่ ้ อาหารและเยือบุทางเดินอาหาร ในสัตว ์เลียงลูกดว้ ยนม ที่ได ร้ บ ั สารพิษในปริม าณ sublethal dose ไม่ ว่ า จะ ได ้รับทางใดก็ตาม จะเกิดการกดภูมค ิ ุ ้มกัน

สารพิษ ่ ่ใน ergot เรียกว่า ergot Alkaloids ทีอยู

9

311352

1. Protoplasmic poisoning สารพิษออกฤทธิ ์ ่ าคัญ ทาลายเซลล ์ในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ทีส คือ เซลล ต์ บ ั และไต เกิด อาการหลังจากกินเห็ ดได ้ ้ ตังแต่ 6 ชั่วโมง และอาจท าให ถ ้ ึง ตายได ้ สารพิ ษ ได ้แก่ amatoxin, gyromitrin, orellanine

alkaloids หรือ ergolines ใน ergot มี alkaloids อยู่ ม าก เมื่ อคนและสัต ว ก ์ ิ น เข า้ ไปจะเกิ ด เป็ นพิ ษ เรียกว่า ergotism การเกิดพิษ เกิ ด vasoconstriction ที่ artery เมื่ อไ ด ้ ร ั บ ้ สารพิษซ าจะเกิ ดแผลที่ vasculary epithelium ใน ่ ดเลือด ระยะแรกจะทาให ้เลือดหมุนเวียนลดลง จนในทีสุ ้ ห ยุ ดไห ล เวี ย น ท า ให ้เ กิ ด เนื อ ต าย เน่ า แ ห ้ง (dry gangrene) ที่ แข น ข า มี ส าเห ตุ ม า จาก ก าร เกิ ด ์ ง การ thrombosis นอกจากนี ้ สารพิ ษ ยัง มี ฤ ทธิ เร่ คลอด (oxytocic action) และ กระตุ น ้ CNS รวมทัง้ ้ ่ ้ ยับ ยังก ารหลัง prolactin ในสัต ว เ์ ลี ยงลู ก ด ว้ ยนม ้ หลายชนิ ดทาให ้นานมแห ้งหลังคลอดลูก

2. Neurologic effects สารพิ ษ ที่ออกฤทธิต่์ อ ระบบประสาทส่ ว นกลาง ได แ้ ก่ Ibotenic acidmuscimol, psilocybin-psilocin แ ล ะ ที่ อ อ ก ฤทธิต่์ อ ระบบประสาทอัตโนมัติ ได แ้ ก่ coprine, muscarine เกิ ด อ าการภ ายใน 20 น าที ถึ ง 2 ่ ชัวโมง 3. Gastrointestinal irritants สารพิ ษ ที่ยังไม่ รู ้ ์ ชนิ ด ออกฤทธิระคายเคื อ งกระเพาะอาหารและ ้ นอ้ ยไปจนมาก เช่น คลืนไส ่ ้ ลาไส ้ เกิดอาการตังแต่ อาเจียน ปวดมวนท ้องและทอ้ งเดิน แต่ละคนมีความ ไวต่อสารพิษ แตกต่างกันไป เกิดอาการภายใน 30 ่ นาทีถงึ 2 ชัวโมง

้ ในคนทั่วไปไดร้ บั สารพิษนี ในปริ มาณต่าๆ เท่านั้น ้ ้ และความร ้อนจากการตม้ หรืออบก็ทาลายสารพิษนี ได มาก ปั จ จุบ น ั ไม่ มีรายงานการเกิด พิษ แต่ เป็ นการน า ergot alkaloids มาใช ้ประโยชน์ท างการแพทยท์ าง สูตน ิ รีเวช และรักษาโรคไมเกรน

เห็ดเมา หรือ เห็ดพิษ

 AMATOXINS และ PHALLOTOXINS

(Toxic mushroom หรือ toadstool)

การออกฤทธิ ์

เห็ ด เป็ น ร า ช นิ ด ห นึ่ ง ส่ ว น ม าก จั ด อ ยู่ ใน ชั้ น Basidiomycetes มี บ า ง ช นิ ด จั ด อ ยู่ ใ น ชั้ น Ascomycetes มีการเจริญเป็ นสายราอยู่ตามอินทรีย ์ สารที่เน่ า เปื่ อยผุ พ งั เมื่อถึงระยะหนึ่ งจะรวมตัว กัน เป็ น กลุ่ม ก อ้ นสร ้างเป็ นเซลล ส์ ืบ พัน ธ ์ (fruiting bodies) ่ รูปร่างเป็ นดอกเห็ด มีขนาด รูปร่าง สีและกลินแตกต่ าง กันไป เห็ดบางชนิ ดกินได ้ แต่บางชนิ ดมีพษ ิ เรียกว่าเห็ด ่ เมาหรือเห็ดพิษ ซึงโดยมากแล ว้ เป็ นรูปร่ม และมีรูปร่าง ่ คล ้ายคลึงกับเห็ดกินได ้ทัวไป

Amatoxins เป็ น ส า รโ ป ร ตี น จ า พ ว ก cyclic octapeptide ไม่ ล ะลายน้ า ทนความร ้อนและไม่ ถู ก ่ นพิษมาก คือ - and ทาลายเมื่อทาใหแ้ หง้ กลุ่มทีเป็ -amanitin สารพิษจะแทรกซึมเขา้ สู่เซลล ์ ออกฤทธิ ์ ้ นไซม ์ RNA polymerase II ซึงเกี ่ ยวข ่ ยับยังเอ็ อ้ งกับ การสังเคราะห โ์ ปรตีน มีผ ลท าให เ้ ซลล ต์ ายในอวัยวะ ต่ างๆ ที่ส าคัญ คือ ตับ ท าให ต ้ บ ั อัก เสบและตับ วายได ้ และหากได ร้ บ ั สารพิ ษ ปริม าณมากการขับ และกรอง สารพิษ ผ่ า นออกทางไต อาจท าให เ้ กิด อาการไตวาย ้ ดว้ ย นอกจากนี อาจมี ผลต่ อเซลล ์ตับ อ่อน ต่อมหมวก ้ ไต กลา้ มเนื อ และสมอง โดยสาร amanitins เป็ นพิษ รุนแรงมากหากพิจารณาที่ LD50 ในสัต ว ์ทดลองแล ว้ ในคนอาจมี minimum lethal dose เป็ น 0.1 mg mg/kg มีรายงานถึงดอกเห็ดเพียงดอกเดียวมีสารพิษ อ ยู่ 5-10 mg จึ ง อ า จ ท า ใ ห ้ ถึ ง ต า ยไ ด ้ ส่ ว น phallotoxins ห รื อ เรี ย ก ว่ า phalloidin เป็ น ส า ร จ า พ ว ก cyclic heptapeptide จั บไ ด ้ ก ั บ actin filament จ น มี ผ ลไ ป ป้ อ ง กั น ก า ร เกิ ด filament depolymerization อย่ างไรก็ ดี ส ารพิ ษ ช นิ ด นี ้ ใน สัต ว ท ์ ดลองพบว่ า ถู ก ขับ ออกเร็ ว เชื่อว่ า น่ าจะเป็ น สาเหตุ เพี ยงรบกวนกระเพาะอาหารและล าไส ใ้ นช่ว ง ้ และไม่ทาให ้ถึงตาย สันๆ

่ สารพิษ ซึง่ ความเป็ นพิษจะเกิดจากการกินเห็ด ทีมี เป็ น secondary metabolite อยู่ภายในดอกเห็ด ทา ให ้ เ กิ ด อ า ก า ร อ า ห า ร เป็ น พิ ษ จ า ก ก า ร กิ น เห็ ด (mushroom poisoning ห รื อ mycetismus) ่ ปั ญหาทีพบ คือ ผู ป ้ ่ วยและแพทยไ์ ม่ รู ้จักเห็ ด เมาชนิ ด ้ นั้นๆ รวมทังการพิ สูจน์ชนิ ดเห็ดตอ้ งใช ้เวลามาก และที่ สาคัญเห็ดชนิ ดเดียวกันอาจมีสารพิษหลายชนิ ดต่างๆ ้ ่ กัน ดว้ ยเหตุนีการวิ นิจฉัยเพือการร กั ษาอาการอาหาร ้ บการมีประวัติกน เป็ นพิษจากการกินเห็ ด จึงขึนกั ิ เห็ ด ้ ลัก ษณะทางคลินิ ก โดยเฉพาะอาการแสดงเบืองต น ้ ่ มแสดงอาการ ่ และระยะเวลาทีเริ (ตารางที่ 5) เนื่ องจากเห็ ด เมามี ล ัก ษณะคล า้ ยเห็ ด กินได บ ้ าง ่ ชนิ ด ทาให ้เข ้าใจผิดได ้ง่าย การหลีกเลียงการกิ นเห็ดที่ มีล ก ั ษณะคล า้ ยเห็ ด เมาจึงเป็ นวิธ ีป้องกัน ที่ดีที่สุ ด แต่ ่ หากมีอาการอาหารเป็ นพิษทีสงสั ยว่าเกิดจากการกิน ่ เห็ด วิธป ี ฏิบต ั โิ ดยทัวไป คือ

อาการ เป็ น 3 ระยะ ระยะแรก 6-24 ชั่วโมงหลัง กิ น เห็ ด มี อ าการ ่ ค ลื นไส ้ อ า เจี ย น ถ่ า ย เป็ น น้ า มี ไข ้ หั วใจ เต ้ น ถี่ น้าตาลและความดัน เลือดต่า ถา้ ได ร้ บั สารพิษไม่ มาก อาการอาจทุเลาและหายได ้ ่ ระยะสอง 24-48 ชัวโมงหลั งกินเห็ ด อาการทาง ่ ระบบทางเดินอาหารทุเลาขึน้ ขณะทีการท า ่ หน้าทีของไตและตับเลวลง ระยะสาม 3-5 วัน หลั ง กิ น เห็ ด เซ ลล ต ์ ั บ ถู ก ่ ท าลายและไตเริมวาย ในรายที่มีอ าการรุ น แรงตับ จะ ่ ด มักตายในราววันที่ 4 ถึง 7 วายตามมา และตายในทีสุ

- ลด ก ารดู ด ซึ ม ส ารพิ ษ เข ้า สู่ ร่ า งก าย (reduced absorption) - เร่ง การขับ สารพิ ษ ออกจากร่า งกาย (increased excretion) - รักษาตามอาการ (symptomatic measure) สารพิ ษในเห็ ด จ าแนกและวินิ จ ฉั ยได ต ้ ามการออก ์ ่ เริ่มแสดงอาการและอาการที่ ฤทธิ และระยะเวลาที แสดงออกได ้ ดังนี ้ 10

311352

การร ักษา

การรักษาทางการแพทย ์ อาจทา colonic lavage เพื่ อล า้ งเห็ ดออกให ้ห ม ด ก ารให ้ antidote ได ้แ ก่ penicillin G การให น ้ ้ า น้ าตาล และเกลื อ แร่ช ่ ว ย ประคับ ประคองอาการ หรือ กรณี พบไตวายอาจถ่ า ย ่ ในกระแสเลือดออก เช่น hemodialysis สารพิษทีมี

ปฐมพยาบาลโดยลว้ งคอใหอ้ าเจียนเอาอาหารและ เห็ ด ที่ ตกค า้ งออกมาให ม ้ าก หรือใช เ้ กลื อ แกงผสม ้ หรือ ช่ว ยดู ด พิษ ด ว้ ยการดื่ม น้าอุ่ นให อ้ าเจีย นง่า ยขึน น้าอุ่ น ผสมผงถ่ า น activated charcoal แล ว้ น าส่ ง ่ อ (ถ ้ามี) แพทย ์ พร ้อมตัวอย่างเห็ดทีเหลื ่ สารพิษ amatoxins และ phallotoxins ตัวอย่างเห็ด ทีมี

Amanita phalloides (death cap)

ตารางที่ 5

Amanita verna

(spring destroying angel) (เห็ดไข่ตายซาก / เห็ดระโงกหิน)

Amanita virosa

(destroying angel) เห็ดไข่เป็ ด / เห็ดระโงกหิน

่ ตัวอย่างสารพิษในเห็ด เวลาเริมแสดงอาการ และระยะเวลาออกฤทธิ ์ (ดัดแปลงจาก: Pacioni G, 1981)

สารพิษ Amanitin

Amanitin-like Gyromitrin Orellanine Muscimol Psilocybin

่ เวลาเริมแสดงอาการ

ตวั อย่างเห็ดเมา Amanita phalloides Amanita. verna Amanita. virosa Galerina autumalis Lepiota helveola Gyromitra esculenta

่ั 8-24 ชวโมง ่ั (ถึง 48 ชวโมง)

่ั 5-15 ชวโมง ่ั 6-12 ชวโมง ่ั (บางครงั้ 2 ชวโมง) 3-14 วัน

Cartinarius orellanus Cartinarius sp. Amanita muscaria, Amanta. pantherina Psilocybe cubesis Copenlandia cyanescens Gymnoilus spectabilis บาง species ของ Paneolus

ระยะเวลาออกฤทธิ ์ 10-20วัน, ถ ้าได ้ร ับปริมาณมาก มักตายในวันที่ 4 ถึง 7 หลังแสดง อาการ 5-10 วัน; ถ ้าได ้ร ับปริมาณมาก อาจถึงตายได ้หลัง 2 วัน 1-5 เดือน; มักทาให ้ตายได ้

่ั 30 นาที-2 ชวโมง

1-2 วัน

30-60 นาที

่ั 4-6 ชวโมง ้ั บางครงนานกว่ านี ้

่ ่ ม ่ 30 นาทีหลังดืมเครื องดื ่ alcohol หรือนานถึง 2 ทีมี วันหลังกินเห็ด ่ั 15 นาที- 4 ชวโมง

่ั 2-4 ชวโมง

sp. Coprine Muscarine

Gastrointestinal irritants

Conocybe sp. Coprinus atramentrarius Clitocybe clavipes Amanita muscaria, Amanta. pantherina Clilocybe phyllophila Clilocybe dealbata Inocybe sp. Chlorophyllum molybdite, Russula emetic, Russula rosacea, Russula foetens, Clarkeinda tracodes, Scleroderma citrinum, Leucocoprinus birubaumii

่ั 30 นาที- 2 ชวโมง ่ั (ถึง 3-6 ชวโมง)

่ และเห็ดอืนหลายชนิ ด

11

่ั 12-24 ชวโมง

่ั 6 ชวโมง-2 วัน

311352



GYROMITRIN ่ สารพิษ giromitrin ตัวอย่างเห็ด ทีมี

การออกฤทธิ ์ สาร gyromitrin ในดอกเห็ ดไม่ เป็ นพิษ ไม่ ค งทน ในสภาวะที่เป็ นกรดหรือด่ า งระเหยได ง้ ่ายด ว้ ยการต ม้ และตากให แ้ ห ง้ แต่ เมื่อเกิด hydrolysis จะเปลี่ยนไป เป็ น monomethylhydrazine (MMH) ซึ่งเป็ นพิ ษ ์ ้าย cyclopeptide แต่รุนแรงน้อยกว่า อีก ออกฤทธิคล ้ ทังออกฤทธิต่์ อระบบเลือดและระบบประสาทส่วนกลาง ร่วมด ้วย อาการ ่ มักเกิดอาการหลังกิน เห็ ด 6-12 ชัวโมง ปวดทอ้ ง ่ คลืนไส ้ อาเจียน ท อ้ งเดิน เป็ นตะคริว ปวดศีรษะ อาจ หายเองได ้ แต่ถา้ ไดร้ บั สารพิษปริมาณมากจะมีอาการ รุนแรง อาจถึงชักไม่รู ้สึกตัว ตัวเหลือง ตับโต เม็ ดเลือด แดงแตก ถ ้าได ้รบั ปริมาณมากอาจถึงตายได ้หลัง 2 วัน 

Gyromitra esculenta (เห็ดสมองวัว)

IBOTENIC ACID-MUSCIMOL ่ สารพิษ ibotenic acid, ตัวอย่างเห็ด ทีมี muscimol และ muscarine

การออกฤทธิ ์ Ibotenic acid อยู่ บ นผิ ว ของหมวกเห็ ด ไม่ ท น ์ ความร อ้ น ถ า้ ท าให แ้ ห ง้ จะหมดฤทธิไปได ้ แต่ เ มื่ อ เกิ ด ป ฏิ กิ ริ ย า decarboxylation ส า ร ibotenic acid จะเปลี่ยนเป็ นสาร muscimol มี ค วามเป็ นพิ ษ ์ บ ยั้ งที่ เพิ่ ม ขึ ้ น 5-10 เท่ า เชื่ อ ว่ า อ อ ก ฤ ท ธิ ยั aminobutyric acid (GABA) receptor ซึง่ GABA เ ป็ น ส า ร ยั บ ยั้ ง ส า ร สื่ อ ป ร ะ ส า ท ( inhibitory ์ neurotransmitter) ออกฤทธิกระตุ น ้ ระบบประสาท ่ สารพิษชนิ ดนี ยั ้ งมี ส่วนกลาง อย่างไรก็ดใี นดอดเห็ดทีมี สารพิ ษ muscarine ด ว้ ยก็ ไ ด ซ ้ งออกฤทธิ ึ่ ต่์ อ ระบบ ้ บ ว่ า มี ส ารพิ ษ ประสาทอัตโนมัติ อาการแสดงจึงขึนกั ชนิ ดใดมากในดอกเห็ด

Amanita pantherina

อาการ

(panther cap) (เห็ดเกล็ดดาว)

หลัง กิน muscimol 10-30 นาที หรือ อาจถึ ง 6 ชั่วโมง เกิ ด อาการทางจิ ต และประสาท เช่ น เอะอะ ประสาทหลอน อาการจะหายไปและกลับ คืน สู่ ส ภาพ ปกติได ้เอง 

Amanita. muscaria

PSILOCYBIN-PSILOCIN ่ สารพิษ psilocybin-psilocin ตัวอย่างเห็ด ทีมี

การออกฤทธิ ์ Psilocybin และ psilocin เป็ นสารกลุ่ม indoles พบในดอกเห็ ด psilocybin คงตัว และละลายน้าได ด ้ ี ส่วน psilocin ถูก oxidized ไดง้ ่ายและละลายในน้า ได ไ้ ม่ ดี ทั้งสองชนิ ดเป็ น hallucinogen ออกฤทธิ ์ ค ล ้ า ย ส า ร เ ส พ ติ ด พ ว ก lysergic acid diethylamide (LSD) อาการ ปรากฏอาการใน 30-60 นาที เกิดประสาทหลอน ในผูใ้ หญ่อาการจะหายไปเอง ในเด็กอาจมีไข ้ ชัก และ อาจถึงตายได ้

Psilocybe cubensis

้ (เห็ดขีวั้ วขีควาย/เห็ ดโอสถลวงจิต)

12

Copenlandia cyanescens (เห็ดขีวั้ ว)

311352



COPRINE ่ สารพิษ coprine ตัวอย่างเห็ด ทีมี

การออกฤทธิ ์ Coprine เป็ นสารที่อยู่ในดอกเห็ ด และไม่ เป็ นพิษ ่ สารนี แกล ้ ่ มที ่ มี ่ alcohol ออก หากกินเห็ดทีมี ม้ เครืองดื ์ ฤ ท ธิ ค ล ้า ย ย า disulfiram โด ยไป ยั บ ยั้ งเอ็ นไซ ม ์ acetaldehyde dehydrogenase ท า ใ ห ้ ก า ร เผ า ้ ่ acetaldehyde ผลาญ ethanol ถูกยับยังที อาการ ่ ่ มที่ มี alcohol 30 หลัง กิน เห็ ด ร่ว มกับ เครืองดื ่ ่ ด จาก นาทีถึง 2 ชัวโมงหรือ มากกว่ า มีอ าการซึงเกิ ่ การคังของ acetaldehyde ในเลือ ด ไดแ้ ก่ หน้าแดง ใจสั่น เจ็บ หน้าอก ปวดศีรษะ มืนงง สับ สน ความดัน เลือดต่า ส่วนใหญ่ อาการจะหายไปได ้เอง

Coprinus atramentrarius (inky cap) ่ ้อย / เห็ดนาหมึ ้ (เห็ดหิงห ก)

่ สารพิษระคายเคืองกระเพาะอาหาร ตวั อย่างเห็ดทีมี

Chlorophyllum molybdite

(เห็ดหัวกรวดครีบเขียวอ่อน)

Russula foetens เห็ดพุงหมูใหญ่

Clarkeinda tracodes

Scleroderma citrinum

เห็ดไข่เน่ า

เห็ดไข่หงส ์

Russula rosacea เห็ดแดงกุหลาบ

Leucocoprinus birubaumii เห็ดยวงขนุ น

Russula metic ้ เห็ดแดงนาหมาก

ของผูบ้ ริโภคและควรร่วมมือกันตรวจสอบการปนเปื ้อน สารพิษอย่างเคร่งครดั

สรุปสารพิษจากรา สารพิ ษ จากราไม่ ว่ า จะเป็ นสารพิ ษในเห็ ด ห รือ สารพิ ษ จากราสายที่ เรีย กว่ า กิ ณ พิ ษ ที่ ปนเปื ้ อนใน อาหาร มีผ ลกระทบต่ อ สุข ภาพคนและสัต ว ์ท าให เ้ กิด ้ ยบพลันและเรือร ้ งั ในหลายระบบและอาจถึง อาการทังเฉี ตายได ้ โดยเฉพ าะในส่ ว นของกิ ณ พิ ษ นอกจากมี ผลกระทบต่อสุขภาพผูบ้ ริโภคอาหารจากวัตถุดิบทาง การเกษตรและจากอาหารที่ มาจากสัต ว ท ์ ี่ปนเปื ้ อน สารพิษแลว้ ยังมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเกษตรและ ้ ตว ์รวมถึงการคา้ ระหว่างประเทศดว้ ย การ การเลียงสั ป้ องกัน การเกิด ราและควบคุมการปนเปื ้ อนกิณ พิษใน อาหารคนและสัตว ์จึงมีความสาคัญต่อความปลอดภัย

่ เอกสารอ้างอิงและอ่านเพิมเติ ม 1. ฉั ต รชัย เอกปั ญ ญากุ ล . บทฟื ้ นฟู วิช าการ: กลุ่ ม อาการป่ วยเหตุอาคาร.จุฬาลงกรณ์เวชสาร 2548; 49: 91-100. ์ 2. ดารารต ั น์ สุวรรณโพธิศรี สุป ราณี ฟูอนั นท ์ และ สมศรี รัตนกุล. ผูป้ ่ วยโรคจมูกอักเสบจากภูมแิ พใ้ น โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ . เชียงใหม่ เ วช สาร 2543; 39(1-2): 31-7. ้ 3. นงนุ ช วณิ ตย ์ธนาคม. วิทยาเชือราทางการแพทย ์. คณะแพทยศาสตร ์ 13

311352

้ั 4. มหาวิท ยาลัย เชีย งใหม่ พิ ม พ ค ์ ร งสอง: มิ ถุ น ายน 2542. 5. ประสิ ท ธิ ์ กีร ติ ก านนท .์ การส ารวจเกสรพื ช และ สปอร ์ในอากาศของจังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่เวช สาร 2532 ; 28(1): 57-65. 6. เปล่งศรี อิงคนิ นันท ์ : บรรณาธิการ. สารพิษจาก ้ เชือรา : ผลกระทบต่ อ สุ ข ภาพสัต ว ์. การประชุม วิ ช า ก า รใ น ว า ร ะ 80 ปี แ ห่ ง ก า ร ส ถ า ป น า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโดยคณะสัตวแพทย ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 13-14 มีนาคม 2540. ้ 7. พรรณกร อิ่มวิท ยา. เชือราก่ อโรคในคน. บริษ ัท ้ั สารมวลชน จ ากัด พิ ม พ ค ์ ร งแรก: พฤศจิก ายน 2535. 8. ราชบัณ ฑิ ต สถาน. เห็ ด กิ นได แ้ ละเห็ ด มี พิ ษใน ้ั ่ 1 ประเทศไทยฉบับราชบัณ ฑิตสถาน พิมพ ค์ รงที สานักพิมพ ์อัมรินทร ์ กรุงเทพฯ, 2539, 170 หน้า (รูปเห็ดประกอบ) ้ 9. อนงค ์ บิณฑวิหค. สารพิษจากเชือรา: อะฟลาทอก ้ ่ ซิน. พิมพ ์ครงที ั 1 โรงพิมพ ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, 2546, 322 หน้า 10. Aiello SE. The Merck Veterinary Manual 8thEd. Edited National Publishing Inc., Philadelphia, 1998. 11. American College of Occupational and Environmental Medicine (ACOEM). Adverse Human Health Effects Associated with Molds in the Indoor Environment. Available at: http://healthandenergy.com/health_effe cts_of_mold.htm Accessed May 20, 2006. 12. Bush RK, Portnoy JM, Saxon A, et al. The medical effects of mold exposure. J Allergy Clin Immunol 2006; 117: 26-33. 13. Committee on Damp Indoor Spaces and Health. Board of Health Promotion and Disease Prevention. Institute of Medicine of the National Academies. Executive Summary. In: Damp Indoor Spaces and Health. Washington DC: The National Academies Press; 2004. 14. Donohue M, Chung Y, Magnuson ML et al. Hemolysin chrysolysinTM from Penicillium chrysogenum promotes inflammatory response. Int J Hyg Environ Health 2005; 208:279-85. 15. Ellis DH. Clinical Mycology: The Human Opportunistic Mycoses. Gillingham Printers Pty Ltd, Underdale, Australia, 1994.

16. Fisher F and Cook NE. Fundamental of Diagnostic Mycology. W.B.Saunders Company, 1998. 17. Faergemann J. Atopic Dermatitis and Fungi. Clin Microbiol Rev 2002; 15: 54563. 18. Gravesen S, Frisvad JC and Samson RA. Microfungi. 1 st ed. Copenhegen: Munkgaard, High Tech PrePress A/S; 1994. 19. Howard DH. Editor. Fungi Pathogenic for Human and Animals. Part B Pathogenicity and Detection. Marcell Dekker Inc., 1983. 20. Huaisheng L. Risk Assessment of Airborne Bacteria and Fungi in Chiang Mai City (Thesis). Chiang Mai, Chiang Mai Univ.; 1998. 21. Kurup VP and Banerjee B. Fungal allergens and peptide epitopes. Peptides 2000; 21: 589-99. 22. Kurup VP. Respiratory fungal allergy. Microbes and Infection 2000; 2:1101-10. 23. McGinnis MR. Pathogenesis of indoor fungal diseases. Med Mycol 2004; 42: 107-17. 24. Pacioni G. Guide to mushroom. Simons&Schuster inc., New York, 1981. 25. Peraica M, Radic B, Lucic A and Pavlovic. Toxic effects of mycotoxins in humans. Bulletin of the World Health Organization, 1999; 77: 754-66. 26. Quinn P.J, et al. Clinical Veterinary Microbiology Mosby, reprinted 1998. 27. Roussel S, Reboux G, Dalphin JC, et al. Farmer’s lung disease and microbiological composition of hay: A case-control study. Mycopathologia 2005; 160: 273-9. 28. Straus DC, editor. Advances in Applied Microbiology 2004; 55. Pp 474. Vladimir Betina. Mycotoxins: Production, Isolation, Separation and Purification. Developments in Food Science. Elsevier Science Publishers B.V., 1984. 29. WHO. Selected Mycotoxins: Ochratoxins, Trichothecene, Ergot. Environmental Health Criteria 105, 1990.

14

View more...

Comments

Copyright © 2017 HUGEPDF Inc.